|
BangkokSupercar
|
 |
« on: » |
|
Lamborghini History ตำนานของกระทิงดุ Lamboghini ได้เริ่มเปิดฉากตั้งแต่ในปี 1945 โดย Ferruccio Lamborghini จะมีใครรู้บ้างว่าก่อนที่ Lamborghini จะมาเป็นรถสปอร์ตที่หาตัวจับยากอย่างทุกวันนี้ Lamborghini ได้เริ่มต้นมาจากการผลิตรถแทร็กเตอร์ เพื่ออุตสาหกรรมทางการเกษตร แต่เนื่องจาก Ferruccio Lamborghini ผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ที่มีความชื่นชอบในเรื่องของรถสปอร์ตเกือบจะทุกรุ่นอาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์ SL300 เฟอร์รารี่ โดยเฉพาะจากัวร์ ซึ่ง Ferruccio Lamborghini มีความชื่นชอบเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงเกิดความคิดที่จะผลิตรถสปอร์ต ให้มีเครื่องยนต์อันทรงพลัง พร้อมกับความเร็วสูงสุดที่จะต่อกรกับบรรดารถสปอร์ตที่มีอยู่ในตลาดขณะนั้น
Ferruccio Lamborghini

จนกระทั่งถึงปี 1962 บริษัท Lamborghini ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสานฝันของ Ferruccio Lamborghini ก็เป็นจริงบนพื้นที่กว่า 90,000 ตารางเมตรของทุ่งหญ้าเขียวขจีในเมือง โบโลน่า ตัวอาคารที่มีความทันสมัยเป็นอย่างมาก โดยเน้นการเปิดโล่งของตัวอาคารที่ประดับด้วยกระจก ซึ่งใช้เงินลงทุนถึง 500,000,000 เหรียญอิตาลีซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนสูงในยุคนั้น
หลังจากบริษัทเริ่มจะเป็นรูปเป็นร่าง Ferruccio Lamborghini ก็เริ่มมองหาพนักงานคุณภาพที่มากด้วยประสบการณ์จนได้มาพบกับ Giotto Bizzarrini ช่างเทคนิคที่เพิ่งย้ายออกมาจากเฟอร์รารี เพื่อออกแบบเครื่องยนต์ขนาด 12 สูบ ให้กับ Lamborghini ไม่นานเกินรอ Giotto Bizzarrini ก็สามารถสร้างเครื่องยนต์ได้สำเร็จ สามารถให้แรงม้าได้มหาศาลถึง 400 แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาที ทว่าทาง Ferruccio ต้องการรถสปอร์ตที่มีสมรรถนะสูงแต่ต้องไม่ใช่รถแข่ง ดังนั้นจึงได้มีการปรับลดดีกรีความดุดันลงมาเหลือเพียง 280 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที ขณะที่ทาง Giotto Bizzarrini ต้องการที่จะทำเครื่องยนต์ให้มีแรงม้าที่สูงสำหรับรถแข่ง เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน เขาจึงได้ตัดสินใจออกจากบริษัท Lamborghini
จนปี 1963 Lamborghini 350 GTV ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกของลัมโบกินี่ก็ได้อวดโฉมสู่สายตาประชาชนในงาน ตูริน ออโต้ โชว์ ปี 1963 ในรูปแบบของรถต้นแบบ แต่ไม่สามารถที่จะพัฒนาไปเป็นโปรดักชั่นคาร์ได้ เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องพื้นที่ในการผลิต ดังนั้น Ferruccio Lamborghini จึงได้ตัดสินใจในการหยุดกิจการเกี่ยวกับรถแทรกเตอร์ เพื่อให้มีพื้นที่มากขึ้นสำหรับการสร้างและพัฒนารถยนต์ Lamborghini หลังจากนั้นเมื่อปี 1964 รถคันแรกในสายพานการผลิตของ 350 GT ก็ได้เสร็จสมบูรณ์ โครงสร้างของตัวถังเป็นแบบแฮนด์เมด ซึ่งให้ความแข็งแกร่งของตัวถังเป็นอย่างมาก เครื่องยนต์ 12 สูบ 3,464 ซีซี ที่ สามารถสร้างแรงม้าออกได้ 280 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 156 ไมล์ต่อชั่วโมงทีเดียว การตกแต่งภายในเน้นความหรูหราด้วยเบาะหนังแท้ชั้นดี
อนาคตของ Lamborghini ดูจะสดใส หลังจากที่รุ่น 350 GT ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มคนที่มีความเร็วอยู่ในสายเลือด ในปีเดียวกันได้ทำการขยายปริมาตรของกระบอกสูบเป็น 3,939 ซีซี และเพิ่มแรงม้าขึ้นอีก 40 แรงม้าเป็น 320 แรงม้า ทั้งได้เปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น 400 GT ส่งผลห้ลัมโบกินี่กลายเป็นซูเปอร์คาร์ ที่พร้อมจะอาละวาดได้อย่างไม่เกรงศักดิ์ศรีใครในสนามแข่ง
ปี 1970 Lamborghini ประสบความสำเร็จอย่างมากกับรุ่น Miura ที่มาพร้อมกับขุมพลังแบบ V12 ขนาด 3,939 ซีซี ให้แรงม้าได้มากถึง 350 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที โดยที่สามารถผลิตเพื่อจำหน่ายได้มากถึง 400 คัน ซึ่งเป็นการทำกำไรครั้งแรกในรอบ 10 ปีของบริษัท
ปี1973 รถรุ่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากอีกรุ่นสำหรับ Lamborghini คือ Countach ได้ออกมาอวดโฉมสู่สายตาของชาวโลกในรูปแบบของโปรดักชั่นคาร์ หลังจากที่เคยเป็นรถต้นแบบเมื่อ 2 ปีก่อน รูปทรงมีความเป็นสปอร์ตมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้พอสมควร ส่วนในเรื่องของเครื่องยนต์มีความจัดจ้านมากยิ่งขึ้น ให้พลังถึง 375 แรงม้า
Lamborghini Countach เป็นรถรุ่นที่ถือว่ามีอายุของการทำตลาดที่ยาวนานมาก โดยรุ่นสุดท้ายของ Countach ที่มีการจำหน่ายคือในปี 1990 ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของ Lamborghini และเป็นรถรุ่นแรกที่จำหน่ายหลังจากที่ บริษัท Chrysler ได้เข้ามาบริหารงานต่อจาก Ferruccio Lamborghini ซึ่งประสบปัญหาเรื่องการเงินจนตัดสินใจขายบริษัทในปี 1983 หากนับตั้งแต่วันแรกที่ Countach ได้อวดโฉมสู่ท้องตลาดรวมแล้วถึง 17 ปีทีเดียว
ปี 1977 Lamborghini Urraco P300 ได้ออกมาทำตลาดเพิ่มอีกหนึ่งรุ่นในขณะ Countach ที่ยังคงทำการผลิตอยู่โดยรถรุ่นนี้ Lamborghini หวังที่จะมาต่อกรกับ 304 GT4 ของเฟอร์รารี เครื่องยนต์เป็นแบบ 12 สูบ 3.0 ลิตรมีแรงม้าอยู่ที่ 260 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที

ปี1985 Lamborghini ได้สร้างความประหลาดใจให้กับคนทั้งโลก ด้วยการฉีกรูปแบบเดิมจากรถสปอร์ต สมรรถนะสูง มาผลิตรถในรูปแบบของรถขับเคลื่อน 4 ล้อในชื่อรุ่น LM-002 เพื่อใช้ในกิจการทหารภายใต้นิยามว่า “Rambo-Lambo” ซึ่งสื่อถึงความบึกบึนของรถ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาดมหึมาถึง 5,167 ซีซี ที่ให้แรงม้าได้มากไม่แพ้ขนาดของความจุคือสามารถให้แรงม้าได้ถึง 450 แรงม้าที่ 6,800 รอบต่อนาที
มาถึงปี 1991 Lamborghini ได้เปิดตัวรุ่น Diablo ซึ่งเป็นรุ่นที่จะมาแทนที่ Countach ได้อย่างสมบูรณ์เนื่องจากสมรรถนะที่เหนือกว่าในทุกๆ ด้าน เริ่มจากฐานล้อที่กว้างส่งผลให้ประสิทธิภาพของการยึดเกาะถนนมีความยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น และเครื่องยนต์มีพละกำลังมากถึง 492 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สิ้นเปลืองเวลาแค่ 4.09 วินาทีเท่านั้นและสามารถทะยานสู่ความเร็วสูงสุด 328 กิโลเมตรต่อชั่งโมง
ปี 1996 Lamborghini Diablo ได้เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการขับกินลมด้วยรุ่น Diablo VT Roadster โดยขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ตัวเดิมกับในรุ่นที่ไม่เปิดประทุน ซึ่งรุ่นนี้ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นอีก 35,000 เหรียญทีเดียว
ปี 2000 Lamborghini Diablo ได้เพิ่มเขี้ยวเล็บมากยิ่งขึ้นด้วยการขยายความจุของเครื่องยนต์ เป็น 5,992 ซีซี และให้แรงม้าถึง 550 แรงม้า แต่ที่พิเศษคือรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ เป็นผลให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น
ปี 2002 Murcielago ได้ออกมาเสริมทัพให้ Lamborghini ด้วยรูปโฉมที่สวยบาดใจมาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 12 สูบความจุ 6,192 ซีซี ให้แรงม้า 580 แรงม้ามากกว่า Diablo ถึง 30 ตัว อัตราเร่ง 0-100 ใช้เวลา 3.6 วินาทีและความเร็วสูงสุดแบบท้าความตายที่ 330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ปี 2003 Lamborghini Gallado ได้เผยโฉมสู่สายตาชาวโลก โดยบางคนถึงกับกล่าวว่า ออกมาเพื่อฆ่า Ferrari 360 Modena เพราะว่ามีความเหนือกว่า 360 ในทุกๆ ด้าน ทั้งพละกำลังของเครื่องยนต์ที่มีมากกว่าถึง 100 แรงม้า ระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ และอัตราเร่งจาก 0-100 ที่สิ้นเปลืองเวลาน้อยกว่า
สำหรับปี 2004 เนื่องจากเป็นปีที่ครบรอบ 40 ปีของ Lamborghini จึงได้มีการผลิตรถรุ่น Murcielago เวอร์ชั่นพิเศษโดยใช้ชื่อว่า Murcielago 40th Anniversary edition เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบของบริษัท โดยรถเวอร์ชั่นดังกล่าวมีความแตกต่างจากรุ่นธรรมดา ตั้งแต่สีสันที่ใช้สีน้ำเงินสดใส พร้อมป้ายสัญลักษณ์ 40th ที่บริเวณคอนโซลและกาบบันไดด้านข้าง ทั้งยังผลิตออกมาให้ลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ซูเปอร์คาร์ได้เป็นเจ้าของเพียง 50 คันเท่านั้น จึงไม่แปลกว่า ผู้ครอบครองต้องเป็นอภิมหาเศรษฐีที่มีบารมีคู่ควรเท่านั้น
และนี่คือ ตำนานตลอด 41 ปีของสุดยอดซูเปอร์คาร์ “Lamborghini” สายพันธุ์อิตาเลียน ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของชนสายพันธุ์ความเร็วทั่วโลก
ขอขอบคุณบทความพิเศษจากนิตยสาร a car และ Lamborghini Thailand
|
|
|
|
« Last Edit: by BangkokSupercar »
|
Logged
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
wattokung
|
 |
« Reply #5 on: » |
|
สุดยอดมากๆครับ
ความรู้ แบบ เต็มๆ!!!!!!!!!!
เป็นรถยี่ห้อหนึ่งที่ออกแบบได้บาดใจผมมาก
คนออกแบบเค้าคิดได้ไงก็ไม่รู้ เทพจริงๆ!!!!
ใกล้ได้เวลาที่จะพัฒนา Murcielago ซะที~~~
มารอลุ้น กานเตอะ
ปล.มี Estoque อีกคันน๊าค๊าบ Lamborghini 4 ประตู โหดสุดๆ
|
|
|
|
|
Logged
|
WP Corperation TH. 
|
|
|
Pinky BuLL
Super Club Member
Sr. Member
    
Posts: 299
สวยเลือกได้
|
 |
« Reply #6 on: » |
|
กรี๊ดดดดดดดดดด สลบ
สุดยอดมั่กส์ๆจ้า จุ๊บๆๆ
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
Ben_Kizashi
Super Club Member
Sr. Member
    
Posts: 492
เขตปลอดเกรียน
|
 |
« Reply #7 on: » |
|
ข้อมูลเนื้อหาสุดยอดมากมาย แต่แบบนี้เสี่ยงโดนก๊อบปี้เหมือนกันนะเนี่ย 
|
|
|
|
|
Logged
|
BANGKOKSUPERCAR.COM
|
|
|
|
job
|
 |
« Reply #8 on: » |
|
ครายมีเวบ wallpaper รถ supercar ขนาด 1920*1080 FULLHD บ้างอ่าครับ
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|
|
|
|
Ben_Kizashi
Super Club Member
Sr. Member
    
Posts: 492
เขตปลอดเกรียน
|
 |
« Reply #11 on: » |
|
|
|
|
|
|
Logged
|
BANGKOKSUPERCAR.COM
|
|
|
|
EAEA
|
 |
« Reply #12 on: » |
|
กระทิงไม่ธรรมดาสักคันครับ
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|
|
|
siamza16
|
 |
« Reply #14 on: » |
|
ขอบคุณมากครับ
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|