SUPERCAR UPDATE : AUDI R8 ETRON PILOTED DRIVING CONCEPT

 

 

ยุคหน้าของซุปเปอร์คาร์เริ่มใกล้เข้ามาทุกที ค่ายรถยนต์ต่างก็คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง, ใส่ใจสิ่งแวดล้อม, เน้นความสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้น ในงาน CES ASIA 2015 ที่เซี่ยงไฮ้ ออดี้ได้ทำการเปิดตัวต้นแบบล่าสุด 2016 R8 e-tron  ที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีแบบไร้คนขับ บ่งบอกถึงทิศทางของซุปเปอร์คาร์ในอนาคตได้อย่างชัดเจน  

R8 e-tron ดีไซน์ออกมาในแนวหุ่นยนต์ดูล้ำกว่าในเวอร์ชั่นปกติ ฝากระโปรงหน้าติดตั้งช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ กระจังหน้าเสริมวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ แผงคาร์บอนฯ ด้านข้างรถมีการเสริมลูกเล่นด้วยไฟเรืองแสงสีส้มด้านหลังดูมีสไตล์  ในรุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่การใส่เทคโนโลยี Autonomous Driving หรือระบบขับขี่อัตโนมัตินั่นเอง โดยมันจะติดตั้งเลเซอร์สแกนเนอร์, กล้องวิดีโอจับภาพได้รอบทิศ, อัลตราโซนิคเซ็นเซอร์, และเรดาร์ตรวจจับติดตั้งทั้งด้านหน้า และหลังรถ มีกล่อง Control Unit เป็นศูนย์กลางคอยควบคุมเพื่อวิเคราะห์ประมวลผลสถานการณ์บนถนนได้อย่างรวดเร็วปลอดภัย

 

 

 

ภายในห้องโดยสารมีการพัฒนาให้ล้ำสมัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับ R8 เจนเนอเรชั่นก่อน พวงมาลัยหุ้มหนังมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ทรงใหม่มาพร้อมปุ่ม Start-Stop Engine และปุ่มสำหรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ Drive Select ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้ง่าย คอนโซลกลางมีงานออกแบบที่ดูทันสมัยมากขึ้นตั้งแต่ช่องแอร์คาร์บอนฯ สวิตซ์ระบบปรับอากาศ หน้าปัดเลือกใช้จอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว เน้นอ่านค่าง่ายและสามารถปรับเปลี่ยนแสดงข้อมูลได้หลากหลาย

 

 

 

R8 e-tron Piloted Driving มาพร้อมขุมกำลังล้ำอนาคตโดยมันจะใช้พลังงานขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ จำนวน 2 ลูก ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมตามหลักอากาศพลศาสตร์ แถมยังช่วยในเรื่องจุดศูนย์ถ่วงต่ำอีกด้วย ทำให้ผลิตกำลังออกมาได้ถึง 462 แรงม้า กับแรงบิดระดับ 679 ปอนด์-ฟุต อัตราเร่ง 0-100 เป็นที่น่าประทับใจที่ 3.9 วินาที เท่านั้น ในส่วนเทคโนโลยีการชาร์จไฟ Combined Charging  System (CCS) จะใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ก็สามารถชาร์จให้เต็มประจุได้ ชาร์จเพียงครั้งเดียวสามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 450 กม. เลยทีเดียว

 

 

 

ต้องรอลุ้นกันว่าออดี้จะเริ่มผลิต R8 e-tron มาให้เราใช้งานได้จริงได้เร็วแค่ไหน ในระหว่างนี้ทางออดี้คงต้องใช้เวลาในการวิ่งทดสอบจริงบนถนนเก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ตัวรถมีความพร้อมมากที่สุดก่อนที่จะจำหน่ายจริง คาดว่าอีกไม่กี่ปีนี้คงได้เห็นวิ่งกันแน่นอน

 


Credit : Bangkoksupercar.com
Article by Nut APN @ Bangkok Supercar
Photo Credit : Audi