SUPERCAR UPDATE : KOENIGSEGG REGERA

 

 

Regera ในภาษาสวีเดนหมายถึง การขึ้นครองราชย์ ซึ่งก็ถือว่าเหมาะสมกับเจ้า Megacar คันนี้จริงๆ มันมีเอกลักษณ์ในแบบของมันเอง เพียบพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะที่ทรงพลัง บวกกับความหรูหราที่เพิ่มเข้ามาอย่างเต็มเปี่ยม เป็นที่น่าภูมิใจจริงๆ ที่เราได้เห็นรถจากค่ายสวีเดนมาได้ไกลถึงเพียงนี้

Regera มาในรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูดุดันหรูหรามากขึ้น ใช้ตัวถังแบบคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาและแข็งแกร่งด้านหน้าโดดเด่นด้วยลิ้นหน้าคาร์บอนฯ ช่องอากาศขนาดใหญ่ โคมไฟหน้า LED จัดเรียงดวงไฟให้เหมือนกลุ่มดาวบนท้องฟ้า ประตูแบบ Side Door ยังคงไว้ ด้านท้ายรถออกแบบใหม่หมดติดตั้งปีกท้ายคาร์บอนไฟเบอร์แบบพับเก็บได้ดูหรูและสวยงาม ปลายท่อไอเสียไทเทเนียมขนาดใหญ่ให้ซุ่มเสียงดุจอสูรกาย และด้านล่างมี Diffuser ขนาดใหญ่ช่วยให้รีดอากาศได้อย่างรวดเร็ว ล้อแม็กซ์คาร์บอนไฟเบอร์กลวงลายใหม่แบบ Center Lock ช่วยลดน้ำหนัก หน้าขนาด 19 นิ้วและหลัง 20 นิ้ว สวมพร้อมยาง Michelin Supersport หรือจะสั่งออฟชั่นเป็น Michelin cup2 ก็แล้วแต่

 

 

 

Koenigsegg ตั้งใจยกระดับคุณภาพห้องโดยสารของ Regera ให้มีความหรูหราและสะดวกสบายมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ดีไซน์ของมันถูกต่อยอดมาจากในรุ่น Agera พวงมาลัยทรงเดิมคาร์บอนฯ หุ้มด้วยหนังแท้ วางเส้นรอบวงได้ดีจับได้ถนัดและกระชับมือ หน้าปัดแบบวงรีแสดงผลแบบดิจิตอลอ่านค่าได้ง่ายและครบถ้วน บริเวณคอนโซลกลางมีขนาดกว้างมากขึ้น ปุ่มควบคุมต่างๆ หายไปจากเดิมเยอะเพราะถูกแทนที่ด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 9.1 นิ้ว สุดล้ำพัฒนาโดยทาง Neonode สามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้หมดผ่านหน้าจอนี้ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศ ปรับกระจกไฟฟ้า ตำแหน่งเบาะนั่ง ระบบ Pre-Active Setups ปรับเซทการขับขี่ของตัวรถได้หลากหลาย และระบบ Infotainment เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple Carplay ใช้ฟังเพลง โทรศัพท์ ระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียม และอื่นๆ อีกมาก

 

 

Regera ใช้เครื่องยนต์บล็อกอลูมิเนียม V8 ขนาด 5.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังมากถึง 1,100 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/นาที จนสุดเข็ม Red line ที่ 8,250 รอบ/นาที แรงบิดมหาศาลถึง 1,280 นิวตัน-เมตร พละกำลังถูกถ่ายทอดไปยังล้อคู่หลังโดยตรงแบบ Single Speed ผ่านระบบที่มีชื่อว่า Koenigsegg Direct Drive ที่ทาง Christian Von Koenigsegg เป็นผู้คิดค้นขึ้นเอง ไม่จำเป็นจะต้องใช้เกียร์หลายๆ จังหวะอีกต่อไปซึ่งจะสูญเสียพลังงานไปเยอะกว่าที่จะส่งถึงล้อ ส่วนที่เข้ามาเสริมอีกคือมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 2 ลูก  ติดตั้งแยกระหว่างล้อแต่ละข้าง พร้อมแบตเตอรี่ 9 กิโลวัตต์/ชั่วโมง แบบระบายความร้อนด้วยน้ำติดตั้งใจกลางรถ ช่วยให้วิ่งแบบไฟฟ้าล้วนได้ถึง 50 กิโลเมตร เมื่อชาร์จเต็ม สามารถเสียบชาร์จได้ที่ด้านท้ายรถโดยตรง พลังจากมอเตอร์ไฟฟ้านี้มีแรงม้าบวกมาให้อีก 700 ตัว กับแรงบิด 900 นิวตัน-เมตร  เมื่อรวม 2 ระบบนี้เข้าด้วยกันแล้ว ทำให้ได้แรงม้าออกมากกว่า 1,800 แรงม้า และแรงบิดระดับ 1,475 ปอนด์-ฟุต เลยทีเดียว

 

 

ด้วยความที่เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง 0-100 กม./ชม. ที่ 2.7 วินาทีอาจจะไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่นักเพราะด้วยข้อจำกัดของระบบ Traction ความตื่นเต้นน่าอยู่ที่ 0-300 กม./ชม. เพราะทำเวลาไปเพียง 12 วินาที เท่านั้น ขณะที่ 0-402 กม./ชม.โดยประมาณสามารถทำเวลาต่ำกว่า 20 วินาที ช่วงเร่งแซง จาก 150 ไปที่ 250 กม./ชม. ใช้เวลาแค่ 3.2 วินาทีเท่านั้น และท๊อปสปีดสูงสุดระดับ 410 กม./ชม. เชื่อว่ามีน้อยคันนักที่จะไล่ Regera ทัน นี่ถ้าตัดเรื่องของแรงกด Downforce ออกไปได้ท๊อปสปีดคงหลุดไปได้ไกลกว่านี้

 

 

ระบบ Safety ถือว่าเพียบพร้อมทั้งถุงลมนิรภัย จอเตือนแรงดันลมยาง นาฬิกา วัดแรงจี ดิสก์เบรกคาร์บอน-เซรามิค 6 สูบด้านหน้าขนาด 397 มม. และหลัง 380 มม. 4 สูบ พร้อม ABS ประสิทธิภาพสูงช่วยหยุด Regera จาก 400 กม./ชม. ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ระบบควบคุมการทรงตัว KES บวกกับระบบกันสะเทือนที่เซ็ทอัพมาได้เนียนแน่นหนึบช่วยให้การตอบสนองที่รวดเร็วและปลอดภัยมาก

สำหรับมหาเศรษฐีรักรถทั้งหลายไม่ควรพลาดจริงๆ Regera จะถูกผลิตออกมาเพียง 80 คันเท่านั้น ในราคาพื้นฐานราวๆ 1.8 ล้าน$ ทาง Christian บอกไว้ว่า มี 4 คัน ถูกจองไปเรียบร้อยก่อนที่รถคันนี้จะเผยโฉมซะอีก


Credit : Bangkoksupercar.com
Article : Nut APN
Photo Credit : Koenigsegg