44 จำนวนผู้เข้าชม |
Aston Martin Valen ผลงานพิเศษจากแผนก Q by Aston Martin ต่อจาก Valour, Valiant และ DBR22 และยังพัฒนาร่วมกับ Special Vehicle Operations (SVO) ซึ่งเป็นแผนกใหม่ล่าสุดของ Aston Martin ที่รวมความเชี่ยวชาญทั้งด้านวิศวกรรม การออกแบบ และงานสั่งทำพิเศษเข้าไว้ด้วยกัน
Valen มากับงานดีไซน์ภายนอกที่ดุดัน สมชื่อ Valen ที่มาจากภาษาละตินหมายความว่า "แข็งแกร่ง" หรือ "ทรงพลัง" ตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด มีการใช้อะลูมิเนียม ไทเทเนียม และแมกนีเซียม ทำให้รีดน้ำหนักลงได้มากถึง 110 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรถ V12 พื้นฐานของ Aston Martin
แชสซีก็มีการปรับใหม่หลายส่วน เพิ่มความแข็งช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลัง ลดอาการโคลงเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางได้อย่างมั่นใจ ด้านหลังใช้ซับเฟรมที่ยึดเข้ากับตัวถังโดยตรง พร้อมสปริงและ helper spring ที่พัฒนาสำหรับ Valen โดยเฉพาะ รวมถึงโช้คอัพกึ่งแอคทีฟ Bilstein DTX พวงมาลัยถูกปรับจูนทั้งน้ำหนัก การตอบสนอง และความรู้สึกที่เชื่อมต่อกับผู้ขับ ทำให้เหมือนกับขับรถขนาดเล็กและดูเบากว่าความเป็นจริง เบรกใช้จานเบรกคาร์บอนเซรามิก ด้านหน้าขนาด 410 มม. และหลัง 360 มม. ยาง Pirelli P Zero R พร้อมติดตั้งเทคโนโลยี Pirelli Cyber Tyre ซึ่งเป็นเซนเซอร์ในยางที่คอยส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เข้าสู่ระบบควบคุมรถ ช่วยให้ ESP, ABS และระบบควบคุมการยึดเกาะสามารถปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
เสียงคำรามมาจากท่อไอเสียไทเทเนียม 4 ท่อ วางตำแหน่งให้อารมณ์เหมือนรถเครื่องวางกลาง ปลายท่อทำจากไทเทเนียมด้วยกระบวนการ 3D Printing ท่อด้านบนจะเปิดอยู่ตลอดเวลา ส่วนท่อด้านล่างควบคุมด้วยวาล์วและจะเปิดตามโหมดการขับขี่ โหมดขับขี่มี 3 โหมด ได้แก่ Sport, Sport+ และ Track
ห้องโดยสารออกแบบโดยเน้นแนวคิด Visual Lightness หรือการทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งและเบา สอดคล้องกับการลดน้ำหนักของตัวรถ คอนโซลกลางออกแบบใหม่มีความเพรียวบางขึ้น พร้อมชิ้นส่วนที่ผลิตด้วย 3D Printing จอกลางถูกปรับให้เอนเข้าหาผู้ขับมากขึ้น ลูกค้าสามารถเลือกเบาะ Sports Plus ที่เน้นนั่งสบายเดินทางไกล หรือเลือกเบาะคาร์บอนไฟเบอร์เน้นน้ำหนักเบาแต่อาจจะไม่สบายเท่า วัสดุภายในก็เลือกได้ตามใจทั้ง หนังแท้ Semi-Aniline Leather สลับ Alcantara หรือหนังแท้ Semi-Aniline Leather ทั้งคัน จากนั้นสามารถเลือกรูปแบบการตกแต่งได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ Monotone, Duotone, Light Duotone, Tritone และ Driver Focused
หัวใจหลักมาจากเครื่องวางหน้า V12 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ทรงพลังสุดของ Aston Martin ในตอนนี้ ให้กำลังสูงสุด 850 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตันเมตร เร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 3.0 วินาที กับท๊อปสปีด 345 กม./ชม ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ZF ขับเคลื่อนล้อหลัง
Valen ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 คันทั่วโลก และมีกำหนดส่งมอบรถให้ลูกค้ากลุ่มแรกในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2027
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Aston Martin
























