BANGKOK SUPERCAR CORPORATION CO., LTD.
Magazine Online สำหรับแฟนคลับซุปเปอร์คาร์ของเมืองไทย
ก้าวสู่ปีที่ 15 ของ BANGKOKSUPERCAR.COM ที่เรายังคงตั้งใจมุ่งมั่นในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่รักและชื่นชอบเกี่ยวกับรถซุปเปอร์คาร์ เราได้รวยรวมประวัติและตำนานอันทรงคุณค่าของรถซุปเปอร์คาร์ยี่ห้อต่างๆไว้ และข่าวอัพเดทรถซุปเปอร์คาร์ พร้อมเทคโนโลยี และเทรนด์ใหม่ๆ มาให้ท่านได้รู้ก่อนใค

ต้องบอกว่าเป็นแมทช์ประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ หลังจากทีมชาติซาอุฯ ทำผลงานยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก คว้าชัยเหนืออาร์เจนตินา 1-2 จนมีข่าวลือว่า เจ้าชายมูฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุฯ ถึงขั้นอัดฉีดรถหรู Rolls-Royce Phantom ให้นักเตะทุกคนไปเลย!!

โครงสร้างตัวรถแบบ Monocoque ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ช่วยให้ตัวรถนั้นเบาเพียง 982 กก. (ไม่รวมของเหลว) ด้วยรูปทรงเพรียวสไตล์รถแข่ง F1 มีช่องอากาศไหลผ่านมากมายส่งผลให้อากาศพลศาสตร์ยอดเยี่ยม ตัวรถสามารถสร้างแรงกดได้สูงถึง 900 กก. ที่ความเร็ว 250 กม./ชม. เห็นหน้าตารถแข่งแบบนี้มันยังแอบมีช่องเก็บสัมภาระเหนือซุ้มล้อหลังสองฝั่ง

911 Darkar มีจุดเด่นชัดเจนนั่นคือความสูงตัวรถที่ยกเพิ่ม 50 มม. จาก 911 Carrera ปกติ และยังใส่ระบบ Lift ให้ยกเพิ่มขึ้นอีกทั้งหน้า-หลัง อีก 30 มม. เรียกได้ว่าความสูงพอๆ กับ SUV ที่เราพบทั่วไป ระบบ Lift นี้ไม่ใช่แค่เอาไว้ยกหลบลูกระนาด

การวิ่งครั้งนี้ Nevera จะเลือกใช้โหมด Top Speed เพื่อดึงประสิทธิภาพรถสูงสุดออกมา ปรับค่าแอรโรไดนามิกให้สมดุลระหว่างแรงต้านและแรงกดเพื่อความนิ่งในความเร็วสูง ยางเป็น Michelin Cup 2R ที่ใช้บนถนนปกติได้ โดยจะมีทีมช่างเทคนิคตรวจเช็คสภาพยางก่อนลุยจริง

สำหรับรถที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นำมาใช้ในการประชุมครั้งนี้ คือ Hongqi (หงฉี) โค้ดเนม N701 ถือเป็นรถหุ้มเกราะสั่งทำพิเศษมีรายงานว่าผลิตเพียง 50 คัน เท่านั้น คนทั่วไปไม่สามารถซื้อได้ และไม่มีการเผยสเปคใดๆ ออกมาให้ทราบ

Ferrari 812 GTS ที่จับมา Bespoke หนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร ตัวถังสีแดงไล่เฉดไปถึงสีดำสนิทเป็นสไตล์ที่หาดูยาก พร้อมชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์รอบคันสุดอลังกาล ใส่ล้อฟอร์จลาย YT.5 Air ขอบหน้า 21 นิ้ว หลัง 22 นิ้ว ช่วงล่างเปลี่ยนสปริงใหม่ตัวรถเตี้ยลงราว 25 มม.

มีมาให้เลือกเกือบครบทุกรุ่นทั้ง Mistral, Bolide, Divo และ Chiron (ขาด Centodeici) ทุกรุ่นสามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระไม่ว่าจะสีตัวถังแบบปกติหรือคาร์บอนเปลือย วัสดุบุภายในหนังแท้หรือ Alcantara คุณชอบแชมเปญแบบไหนสามารถเลือกเอามาใส่ได้เลย

ขุมพลัง V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ อัพเกรดตามสไตล์ ติดกล่อง Novitec N-Tronic ที่ปรับจูนหัวฉีดจ่ายเชื้อเพลิงและระบบจุดระเบิด เพิ่มขีดจำกัดแรงดันบูสต์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้ระบบไอเสียใหม่ดุดันตั้งแต่ออกตัว

เปลือกตัวถังเป็นงานคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ลงด้วยสีเขียว Aston Martin Verdant Jade และตัดด้วยเส้นสีเขียว Photon Lime เป็นสไตล์เดียวกับไฮเปอร์คาร์ Valkyrie AMR Pro มองจากหน้ารถจะมีสปอยเลอร์หน้าและปีกขนาดใหญ่

ป็นการจับเอา Rolex Cosmograph Daytona มาแปลงโฉมใหม่ กลไกยังเหมือนเดิม Calibre 4130 สำรองพลังงานได้ 72 ชม. หน้าปัดมาเปลี่ยนแบบเปลือย Skeleton เห็นกลไกเคลื่อนไหวชัดเจน หน้าปัดย่อยสีทอง 3 วง ทำจากทองคำ 24K กระจกแซฟไฟร์มีปั๊มรูปดาวจากธงชาติสหรัฐและโลโก้ Hennessy

แต่ไม่เหมือนซะทีเดียวเพราะมันถูกยกเครื่องใหม่ให้เข้ากับคันนี้รวมถึงน้ำหนักที่เบาลง ใช้เกียร์ซีเควนเซียล 7 สปีด ผสานพลังกับระบบไฮบริด ERS (Energy Recovery System)

911 Soundbar 2.0 Pro ลำโพง Soundbar ผลิตจากชุดท่อไอเสีย Porsche 992 GT3 (992) ของจริง วัสดุเป็นสแตนเลสน้ำหนักเบา คุณสามารถติดตั้งแบบแขวนติดผนังหรือวางบนพื้นปกติก็ได้ ปลายท่อไอเสีย 2 รู ทำหน้าที่เป็นซับวูฟเฟอร์ (Subwoofer)

Chiron คันที่ 400 เป็นรุ่น Super Sport ตัวแรงที่สั่งทำตามสั่งลูกค้าทั้งหมด ตัวถังจัดแบบคาร์บอนไฟเบอร์เปลือยทั้งลำสีเขียวเข้มดูหรู แน่นอนว่าตัวถังแบบนี้ย่อมต้องใช้ฝีมือช่างที่ยอดเยี่ยมกว่าปกติ การลงสีนั้นมากถึง 8 ชั้น ในแต่ละชั้นต้องผ่านการขัดให้มันเงาดุจกระจก

ซึ่งเป็นอะไรที่ถูกใจสาวๆ แน่นอน Maserati จับ Grecale รุ่น Trofeo ตัวแรงสุดมาเข้าแผนก Fuoriserie สั่งทำพิเศษ ตัวถังเป็นสีชมพูเคลือบ topcoat แบบ iridescent ที่มีความเหลือบเป็นสีรุ้งสวยงามเมื่อโดนแสงแดดกระทบ

เครื่องยนต์ขนาด 6.75 ลิตร V12 เทอร์โบคู่ ก็ถูกปรับจูนใหม่ ติดตั้งกล่องสมองกล SPOFEC N-TRONIC เปลี่ยนระบบไอเสียใหม่ จากม้าเดิมมี 600 ตัว กลายเป็น 706 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดเดิมมี 900 อัพเป็น 1,002

911 Carrera T โดย "T" ย่อมาจาก touring นั่นเอง มันจะเป็นรุ่นที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง 911 Carrera (รุ่นเริ่มต้น) และ 911 Carrera S มีเกียร์ให้คุณเลือกทั้งแบบธรรมดา 7 สปีด และอัตโนมัติ 8 สปีด PDK มีการรีดน้ำหนักให้เบาลงเปลี่ยนกระจกบานหลัง

Bugatti Carbone Limited Edition ถือเป็นสมาร์ทวอทซ์เครื่องแรกที่นำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เหมือนในไฮเปอร์คาร์อยู่บนตัวเรือนเต็มรูปแบบ ขึ้นรูปด้วย CNC ที่ทนและเบาเป็นพิเศษ หน้าจอสัมผัส AMOLED 16.7 ล้านสี ปกป้องด้วยกระจกแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน

โครงสร้างตัวรถเป็นอลูมิเนียมทั้งหมดแบบเดียวที่พบใน Phantom, Cullinan และ Ghost ปัจจุบัน แต่ปรับแต่งสำหรับการเป็นรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ แบตเตอรี่ถูกรวมอยู่ในโครงสร้าง ส่งผลให้มีความแข็งแกร่งกว่าโรลส์-รอยซ์รุ่นก่อนถึง 30% 

ตัวรถเอกลักษณ์ชัดเจนด้วยตัวถังสีดำคาดด้วยเส้นสีทองรอบคันตามรถแข่ง Lotus Type 72 ล้อก็สีดำสลับทองพร้อมน๊อต Center Lock ชุบอะโนไดซ์ โดยสีน๊อตล้อสองฝั่งก็ไม่เหมือนกัน ฝั่งซ้าย

ตัวถังสีฟ้า Azzuro Flake สั่งพิเศษผ่าน Ad Personam ซึ่งเลียนแบบสีต้นตำหรับของ Miura ที่จอดถ่ายคู่กัน แต่จะเพิ่มประกายในเนื้อสีให้วิบวับขึ้น ส่วนล่างตัวรถตัดด้วยสีเทา Grigio Liqueo และเสริมเส้นขอบสีดำ Nero Aldebaran

Jaguar F-TYPE อีกหนึ่งรถสปอร์ตหรูที่เตรียมเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน เปิดตัว F-TYPE 75 รุ่นฉลองครบรอบ 75 ปี ที่จะเป็นตัวสันดาปรุ่นสุดท้ายแล้ว หมดรุ่นนี้ก็เตรียมเข้าสู่ยุคไฟฟ้าได้เลยในปี 2025

GranTurismo ถูกแบ่งออกมาด้วยกัน 3 รุ่นย่อย Modena, Trofeo และ Folgore โดยรุ่น Modena กับ Trofeo จะใช้เครื่องยนต์สันดาปเหมือนกัน Nettuno V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลัง 490 แรงม้า (รุ่น Moderna) ส่วนรุ่น Trofeo จะมีการอัพเกรดความแรงเพิ่มขึ้นเป็น 550 แรงม้า

แมตซ์กับสีตัวถังส่วนล่างที่เราเลือก และที่แผงคอนโซลฝั่งผู้โดยสารยังติดแผงโลหะอัลลอยที่ทำขึ้นจากเพลาข้อเหวี่ยงของรถแข่ง Ford GT จากการแข่ง Le Mans ในปี 2016 อีกด้วย

และยังมาพร้อมโหมดใหม่ Torque Rear Drive Mode เปิดใช้งานผ่านปุ่มรูปธงหมากรุกบนพวงมาลัย โหมดนี้จะให้ผู้ขับสามารถเลือกได้ว่าจะให้ระบบ ESC เข้ามาช่วยแค่ไหน ปรับได้ 7 ระดับ ถ้าระดับ 1 ระบบจะช่วยเยอะสุด แต่ถ้าระดับ 7 ตัวรถจะท้ายปัดได้ง่าย

 
 

 

 

 
 
 

แม๊คลาเรน มีจุดกำเนิดจากนักแข่งรถสูตร 1 นามว่า บรูซ แม็คราเลน ด้วยทักษะของเขาในด้านมอเตอร์สปอร์ต ทำให้เขาไปสู่จุดสูงสุด ด้วยการชนะการแข่งรถ Formula 1 ได้แชมป์โลกในฐานะนักแข่ง 8 ครั้ง และฐานะทีมทั้งหมด 12 ครั้ง เป็นแชมป์ครั้งแรก ด้วยวัยเพียง 22 ปี เท่านั้น จนได้เริ่มจัดตั้งทีมแข่ง McLaren ในปี 1963 สร้างรถยนต์ของเขาเอง จนต่อมาถ่ายทอดไปสู่ซุปเปอร์คาร์บนถนน ที่เราเห็นกันถึงปัจจุบัน

ด้วยความทะเยอทะยาน ของบุคคลทั้งสอง เพื่อที่จะสร้างยานยนต์ที่ไม่ธรรมดา Charles Rolls และ Sir Henry Royce จับมือร่วมกัน ในปี 1904 แม้ทั้งสองคนจะมาจากภูมิหลังที่ต่างกันมาก แต่กับกลายมาเป็นผู้ก่อตั้ง Rolls-Royce Motor Cars ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากความหลงใหลในงานวิศวกรรมและความปรารถนาที่จะสร้างรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก

แบรนด์ Koenigsegg เกิดขึ้นจากชายชื่อ Christian Von Koenigsegg ผู้ชื่นชอบและหลงใหลในยานยนต์มาตั้งแต่เกิด ช่วงอายุ 5 ขวบ เขาดูหนังเรื่อง The Pinchcliffe Grand Prix เกี่ยวกับช่างซ่อมจักรยาน ผู้สามารถสร้างรถแข่งของตัวเอง นั่นคือแรงบันดาลใจ เขามีความฝันที่อยากจะสร้างรถสปอร์ตที่สุดยอด ด้วยมือของเขาเอง แล้วเริ่มลงมือทำทันทีด้วยวัยเพียง 22 ปี เท่านั้น ในสมัยวัยรุ่น เขายังเคยเป็นที่รู้จักในฐานะจูนเนอร์จักรยานยนต์ ที่ดีที่สุดในเมืองอีกด้วย

ประวัติความเป็นมาของปอร์เช่เริ่มก่อตั้งขึ้นโดย Dr. Ferdinand Porsche เขาเกิดเมื่อ 3 กันยายน ค.ศ. 1875 เป็นวิศวกรยานยนต์ระดับหัวกะทิ เคยร่วมงานกับบริษัทรถชื่อดังอย่าง Mercedes-Benz ,Volkswagen เขามีชื่อเสียงมากจากการคิดค้นเชื้อเพลิงแบบแก๊สโซลีนเป็นครั้งแรก รวมถึงรถ Hybrid ที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน เขาก็คือผู้คิดค้นคนแรกเมื่อปี 1990 ในชื่อว่า Lohner-Porsche เขาเป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจกับงานของตนเองเพื่อสร้างสรรค์คิดค้นสิ่งใหม่เพื่อให้รถสปอร์ตของเขาเป็นไปตามความต้องการ โดยมี Ferry Porsche บุตรชายของเขา รับบทบาทปฏิบัติงานร่วมกันกับเขาตลอดเวลา  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้