BANGKOK SUPERCAR CORPORATION CO., LTD.
Magazine Online สำหรับแฟนคลับซุปเปอร์คาร์ของเมืองไทย
ก้าวสู่ปีที่ 15 ของ BANGKOKSUPERCAR.COM ที่เรายังคงตั้งใจมุ่งมั่นในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่รักและชื่นชอบเกี่ยวกับรถซุปเปอร์คาร์ เราได้รวยรวมประวัติและตำนานอันทรงคุณค่าของรถซุปเปอร์คาร์ยี่ห้อต่างๆไว้ และข่าวอัพเดทรถซุปเปอร์คาร์ พร้อมเทคโนโลยี และเทรนด์ใหม่ๆ มาให้ท่านได้รู้ก่อนใค

งาน Chantilly Arts & Elegance Richard Mille 2022 ครั้งที่ 4 จัดขึ้นในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของ Château de Chantilly ปราสาทเก่าแก่ ตั้งอยู่ห่างปารีสไปทางเหนือ 45 กม. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัญมณีมรดกทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศส

เครื่องยนต์แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังเท่าเทียมรุ่น Performante 666 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่ 2,300-4,500 รอบ/นาที เร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.5 วินาที (ช้ากว่า Performante 0.2 วิ) 0-200 ใน 11.5 วินาที (ช้ากว่า Performante 1 วิ)

ตัวถังใช้สีแดง 'Rosso Passionale' พ่นหนา 3 ชั้น พร้อมคาดเส้นกึ่งกลางด้วยสีน้ำเงิน-ขาว แรงบันดาลใจจาก Ferrari 410 S ปี 1955 กันชนหน้ามีช่องรับอากาศใหญ่โต

Murciélago เป็น Lamborghini รุ่นแรกที่เริ่มใช้โปรแกรม CAD (Computer Aided Design) และ CAM (Computer Aided Manufacturing) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์แม่นยำมาช่วยในการออกแบบและผลิต

สำหรับเซตกระเป๋าหนึ่งชุดคุณจะได้ 4 ชิ้น คือ กระเป๋ารองเท้า, กระเป๋าสูท, กระเป๋าวันหยุดสุดสัปดาห์ และกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่อง ซึ่งวางได้พอดีกับสัมภาระท้ายขนาด 48 ลิตร ของ Battista ตัววัสดุเป็นหนังแท้กึ่งอนิลีนรวมถึงสีแบบเดียวกับที่ใช้บนตัวรถ

Novitec Maserati MC20 เอาจริงมองผ่านๆ มันแทบจะเป็นของเดิมเลย ภายนอกเสริมหล่อเบาๆ ด้วยงานคาร์ไฟเบอร์ขนาดเล็กเพียง 4 จุด เท่านั้น ครีบเล็กเหนือช่องลมซ้าย-ขวากันชนหน้า, ฝาปิดเหนือช่องลมฝากระโปรงหน้า

Centodieci ไฮเปอร์คาร์ตัวพิเศษ 10 คันในโลก ค่าตัวระดับ 8 ล้านยูโร ตีเป็นเงินไทยราว 290 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษี) สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบแบรนด์ Bugatti อายุ 110 ปี เป็นหนึ่งรุ่นที่คนต้องการมาก หน้าตาของมันได้แรงบันดาลใจจากรุ่น EB110

โครงสร้างแซสซีใหม่หมดส่วนล่างทำมาจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงสูง ดีไซน์ภายนอกดูเรียบหรูมีสไตล์ เน้นแอโรไดนามิก เหนือไฟหน้ามีช่องลม Aerobridge ซึ่งลมจะทะลุออกช่องลมใต้เสา A-Pillars

รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเน้นสไตล์ให้ดูเหนือกาลเวลา ส่วนหน้าดูเรียบง่ายสไตล์ Zonda ไฟหน้าเลนส์คู่เสริมกรอบดูย้อนยุค บานประตูยกแบบปีกผีเสื้อ บั้นท้ายพร้อมท่อไอเสีย 4 รู ที่คุ้นเคย มีปีกท้ายแอคทีฟแยกซ้าย-ขวา ไฟท้ายได้แรงบันดาลใจจากใบพัดเครื่องบิน

Flying Spur Speed ใช้ขุมพลัง W12 ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 635 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ที่ 1,500-5,000 รอบ/นาที เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที

ประกอบด้วยแป้นคันเร่ง, เบรก ตัวก้านยึดแป้น และส่วนฐานทำจากอะลูมิเนียมชุบอโนไดซ์สีดำ งานออกแบบไม่ต่างจากใน Huayra R ของจริง โดยจะมีการปรับแต่งเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับการมาใช้เล่นเกม เบรกมีการใส่ระบบ

ย้อนไปช่วงปลายปี 2020 ทาง Ducati และ Lamborghini เคยปล่อยผลงานแรกมาแล้ว นั่นคือ Diavel 1260 Lamborghini ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก Lamborghini Sián และในปี 2022 เป็นผลงานที่สอง Ducati Streetfighter V4 Lamborghini

ใช้สีฟ้า turquoise ไล่ระดับไปเรื่อยๆ จนถึงท้ายรถเป็นสีดำเข้มสุด ซึ่งคันในรูปเป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้น คุณสามารถเลือกสีและลวดลายอะไรก็ได้ตามความชอบ จากนั้นก็เพิ่มความดุดันด้วยชุดแต่งที่ทำจาก Forged Carbon ทั้งหมด

V12 Vantage Roadster ถือเป็นตัวโหดส่งท้ายสำหรับเครื่องยนต์ V12 แถมความหล่อด้วยหลังคาผ้าใบเปิดประทุนโชว์สาวได้ทันท่วงที เปิด 6.7 วินาที ปิด 6.8 วินาที ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ความดุดันภายนอกไม่ต่างจาก V12 Vantage ตัวคูเป้ แรงกดนั้นสูงกว่า Vantage Roadster ปกติ ถึง 10 เท่า

สปอยเลอร์หลังใหม่, และดิฟฟิวเซอร์ ชิ้นส่วนเหล่านี้ช่วยให้มันเบากว่า Urus รุ่นปกติ 47 กก. ด้านแอโรไดนามิกก็ดีขึ้น 10% และสร้างแรงกดได้เพิ่มขึ้น 38% ความสูงรถลดลง 20 มม. จากสปริงเหล็กใหม่ และTrack ล้อก็ขยายกว้างขึ้น

รถรุ่นนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้งานดีไซน์อนาคตของ Bentley ยุคใหม่ รุ่นที่ใช้เครื่องสันดาปเพียวๆ ก็จะค่อยๆ หายไปแล้ว มุ่งสู่รถไฮบริดและไฟฟ้า BEV เต็มรูปแบบ คันที่เอาไปโชว์ที่งาน Monterey ใช้ตัวถังสีเงิน Bonneville Pearlescent Silver ไฟหน้ากลมคู่ที่เราคุ้นเคยเปลี่ยนมาเป็นโคมชิ้นดียวมีเส้นไฟ DRL

Venom F5 Roadster เมื่อดูจากภายนอกส่วนใหญ่แทบจะเหมือนตัว Coupe หมด ยกเว้นตัวหลังคาทำจากคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิตถอดสลักด้วยมือ เบาเพียง 8 กก. เท่านั้น ฝาครอบเครื่องเปลี่ยนมาใช้แบบใสเห็นเครื่องชัดเจนพร้อมเซาะร่องระบายความร้อนรอบๆ

CC850 ใช้เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 7 คลัทซ์ Light Speed Tranmission (LST) ตัวเดียวกับใน Jesko แต่เจ๋งกว่าตรงใส่ระบบ Engage Shift System (ESS) เข้าไป ทำให้มันสลับเป็นรถเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ได้ในทันที คลัทซ์ไฟฟ้าให้ฟิลลิ่งที่ไม่หนักและเบาเกินไป

มองจากด้านหน้า Mistral ดูใกล้เคียงกับ La Voiture Noire มาก ไฟหน้ามาเป็น LED เส้น 4 ชั้น ตัวกระจกบังลมโค้งรูปตัว V กรอบเสาบางพิเศษ ด้านข้างรถคงเอกลักษณ์ช่องลม C-line ไว้ แต่จะเล็กกว่า Chiron ปกติ เหตุผลเพราะมันมีช่องสกู๊ปคู่เหนือหัวผู้ขับทำด้วยชิ้นงานคาร์บอนไฟเบอร์

Porsche 911 GT3 RS มากับน้ำหนักตัวรถ 1,450 กก. หน้าตาจัดหนักรอบคัน เริ่มจากด้านหน้าใส่หม้อน้ำชุดเดียวกึ่งกลางแต่ใหญ่กว่าเดิมมาก (GT3 จะเป็นหม้อน้ำ 3 ตัว) ช่องข้างกันชนหน้ามีบานพับแอคทีฟซ่อนอยู่ช่วยเพิ่มแรงกดกับบาลานซ์รถ ฝากระโปรงหน้าพร้อมช่องลมเสริมครีบแอร์โรในตัว ครีบบานเกล็ดเหนือซุ้มล้อหน้า

Aston Martin DBR22 ไฮเปอร์คาร์เปลือยหลังคาใหม่ล่าสุด คลาสเดียวกับพวก Ferrari Monza, McLaren Elva สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี ของแผนก Q แผนกพิเศษของ Aston Martin

ใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง 'Cars' ปี 2006 ของ Pixar ก็น่าจะรู้จักกันดีกับสาวสวย Porsche 911 รหัส 996 นามว่า แซลลี่  คาร์เรร่า (Sally Carrera) ซึ่งคือแฟนสาวของพระเอก ไลท์นิ่ง แมคควีน (Lightning McQueen) คันสีแดงนั่นเอง

ขุมพลัง V6 ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ตัวเดียวที่กับรถ F1 ผสานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 4 ตัว ทำให้กำลังรวมสองระบบเป็น 1,063 แรงม้า แน่นอนว่ารถระดับนี้จะมีการประกอบและทดสอบที่เนี๊ยบละเอียดมากราวกับนาฬิกาหรูชิ้นแพงๆ เรือนหนึ่ง

Veyron 16.4 Grand Sport Vitesse เปิดตัวครั้งแรกในปี 2012 ถือเป็นการสร้างมาตราฐานใหม่ของรถเปิดประทุน ด้วยความแรงที่ไม่มีใครเทียบได้กว่า 10 ปี จนถึงปัจจุบัน กับสถิติโลก 408.84 กม./ชม. หลายคนคิดว่ารุ่นเปิดประทุนก็ไม่ได้ต่างจากรุ่น Coupe มากนัก เพราะแค่ถอดหลังคาออกไป จริงๆ มันมีการทดสอบหลายอย่าง

 
 

 

 

 
 
 

แม๊คลาเรน มีจุดกำเนิดจากนักแข่งรถสูตร 1 นามว่า บรูซ แม็คราเลน ด้วยทักษะของเขาในด้านมอเตอร์สปอร์ต ทำให้เขาไปสู่จุดสูงสุด ด้วยการชนะการแข่งรถ Formula 1 ได้แชมป์โลกในฐานะนักแข่ง 8 ครั้ง และฐานะทีมทั้งหมด 12 ครั้ง เป็นแชมป์ครั้งแรก ด้วยวัยเพียง 22 ปี เท่านั้น จนได้เริ่มจัดตั้งทีมแข่ง McLaren ในปี 1963 สร้างรถยนต์ของเขาเอง จนต่อมาถ่ายทอดไปสู่ซุปเปอร์คาร์บนถนน ที่เราเห็นกันถึงปัจจุบัน

ด้วยความทะเยอทะยาน ของบุคคลทั้งสอง เพื่อที่จะสร้างยานยนต์ที่ไม่ธรรมดา Charles Rolls และ Sir Henry Royce จับมือร่วมกัน ในปี 1904 แม้ทั้งสองคนจะมาจากภูมิหลังที่ต่างกันมาก แต่กับกลายมาเป็นผู้ก่อตั้ง Rolls-Royce Motor Cars ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากความหลงใหลในงานวิศวกรรมและความปรารถนาที่จะสร้างรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก

แบรนด์ Koenigsegg เกิดขึ้นจากชายชื่อ Christian Von Koenigsegg ผู้ชื่นชอบและหลงใหลในยานยนต์มาตั้งแต่เกิด ช่วงอายุ 5 ขวบ เขาดูหนังเรื่อง The Pinchcliffe Grand Prix เกี่ยวกับช่างซ่อมจักรยาน ผู้สามารถสร้างรถแข่งของตัวเอง นั่นคือแรงบันดาลใจ เขามีความฝันที่อยากจะสร้างรถสปอร์ตที่สุดยอด ด้วยมือของเขาเอง แล้วเริ่มลงมือทำทันทีด้วยวัยเพียง 22 ปี เท่านั้น ในสมัยวัยรุ่น เขายังเคยเป็นที่รู้จักในฐานะจูนเนอร์จักรยานยนต์ ที่ดีที่สุดในเมืองอีกด้วย

ประวัติความเป็นมาของปอร์เช่เริ่มก่อตั้งขึ้นโดย Dr. Ferdinand Porsche เขาเกิดเมื่อ 3 กันยายน ค.ศ. 1875 เป็นวิศวกรยานยนต์ระดับหัวกะทิ เคยร่วมงานกับบริษัทรถชื่อดังอย่าง Mercedes-Benz ,Volkswagen เขามีชื่อเสียงมากจากการคิดค้นเชื้อเพลิงแบบแก๊สโซลีนเป็นครั้งแรก รวมถึงรถ Hybrid ที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน เขาก็คือผู้คิดค้นคนแรกเมื่อปี 1990 ในชื่อว่า Lohner-Porsche เขาเป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจกับงานของตนเองเพื่อสร้างสรรค์คิดค้นสิ่งใหม่เพื่อให้รถสปอร์ตของเขาเป็นไปตามความต้องการ โดยมี Ferry Porsche บุตรชายของเขา รับบทบาทปฏิบัติงานร่วมกันกับเขาตลอดเวลา  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้