BANGKOK SUPERCAR CORPORATION CO., LTD.

Magazine Online สำหรับแฟนคลับซุปเปอร์คาร์ของเมืองไทย
ก้าวสู่ปีที่ 14 ของ BANGKOKSUPERCAR.COM ที่เรายังคงตั้งใจมุ่งมั่นในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่รักและชื่นชอบเกี่ยวกับรถซุปเปอร์คาร์ เราได้รวยรวมประวัติและตำนานอันทรงคุณค่าของรถซุปเปอร์คาร์ยี่ห้อต่างๆไว้ และข่าวอัพเดทรถซุปเปอร์คาร์ พร้อมเทคโนโลยี และเทรนด์ใหม่ๆ มาให้ท่านได้รู้ก่อนใค

 



Artura Spider หล่อจัดเต็มด้วยหลังคาเปิดประทุน Retractable Hard Top (RHT) ทำงานรวดเร็วในเวลา 11 วินาที ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 8 ตัว แยกกัน หลังคายังเป็นกระจก Electrochromic Glass ปรับโปร่งใสหรือทึบได้ตามใจชอบ ตัวรถมีน้ำหนักที่เบาสุด 1,457 กก. และน้ำหนัก Kerb weight 1,560 กก. ซึ่งเพิ่มจากตัวคูเป้เพียง 62 กก. ทำให้ Artura Spider เป็นรถเปิดประทุนที่เบาที่สุดเมื่อเทียบกับรถเปิดประทุนค่ายอื่นๆ ซึ่งมีความได้เปรียบมากถึง 83 กก.

เบรกหน้าของ Bolide เป็นเบรกคาร์บอน-คาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยจานเบรกขนาด 390x37.5 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ 8 สูบ ส่วนด้านหลังใช้จานขนาด 390x34 มม. กับคาลิเปอร์ 6 สูบ ด้วยแม่ปั๊มสั่งทำพิเศษ รวมถึงน้ำมันเบรกสูตรพิเศษ Bolide จะหยุดและทะยานไปอย่างที่ไม่เคยมีรถคันอื่นเหมือน

Agera RST (T ย่อจาก Tom ชื่อเจ้าของรถปัจจุบัน) คันนี้แต่เดิมชื่อ Agera RSN (N คือ Neil ชื่อเจ้าของคนแรก) มันคือ Agera RS ที่ผ่านการปรับแต่งพิเศษโดยแผนก Koenigsegg’s Bespoke Legends Program สเปคจัดเต็มกว่าคันอื่นๆ ที่ผ่านมา

Rimac Nevera คันนี้ส่งมอบในโชว์รูม Manhattan Motorcars นิวยอร์ก ให้กับ Dr. Branko Škovrlj ศัลยแพทย์ด้านระบบประสาทที่อยู่ในนิวเจอร์ซีย์ Dr. Škovrlj ได้รู้จักรถ Rimac ผ่านทาง YouTube จนประทับใจกับผลงานและเรื่องราวต้นกำเนิดของ Rimac เขาจึงไม่รีรอติดต่อเพื่อจะเยี่ยมชมโรงงานในโครเอเชีย และพบกับทีมงานที่ผลิต

Rezvani Beast สร้างบนพื้นฐาน Corvette C8 แต่รื้อเปลือกเดิมของ C8 ออกหมด แทนที่ด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ชุดใหม่ ประตูแบบ Dihedral doors ที่พวกเขาเรียกว่าปีกมังกร

ตัวรถเกิดจากความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง Aston Martin Racing (AMR) และ Aston Martin Performance Technologies (AMPT) หน้าตาภายนอกจัดเต็มด้วยชุดตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มดาวน์ฟอร์ซได้เต็มประสิทธิภาพ

Vantage ใหม่มากับรูปร่างที่ทรงพลัง ตัวถังขยายกว้างขึ้น 30 มม. กระจังหน้าใหญ่โตขึ้น 38% นอกจากดูหล่อขึ้นยังช่วยการไหลเวียนอากาศระบายความร้อนเพิ่มขึ้น 29 % ไฟหน้าแบบ Matrix LED ก็ดีไซน์ใหม่ ฝากระโปรงหน้าปรับเส้นสายใหม่มีมัดกล้ามพร้อมช่องระบายอากาศคู่ ด้านข้างรถดีไซน์ช่องอากาศข้างใหม่ ไฟท้ายยังทรงเดิมกับรุ่นก่อนแต่ปรับปรุงให้กันชนท้ายกว้างขึ้นและเพิ่มช่องลมผ่านด้านข้าง ท่อไอเสีย 4 ท่อ ก็ใหญ่ขึ้นเช่นกัน

Huayra R EVO สร้างมาเพื่อเปิดประสบการณ์อิสระบนสนามแบบเปิดประทุน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง IndyCar ไปจนถึงรถ Le Mans อันเก่าแก่ ตัวรถ Huayra R EVO จะมีความยาวกว่า Huayra R เพราะมีการปรับสไตล์มาในรูปแบบ ‘codalunga’ (long-tail) ส่วนท้ายรถยืดขยายขึ้น 190 มม. (ประมาณ 7.5 นิ้ว)

Rolls-Royce นำเสนอผลงานพิเศษเรียกว่า 'Year of the Dragon' ซึ่งทำมาด้วยกัน 4 รุ่น แบ่งเป็น Phantom Extended 3 รุ่น และ Cullinan 1 รุ่น ตัวถังภายนอกจะแตกต่างกันไป ได้แก่ Cullinan จะมาในสีทูโทนแดง Cherry Red ประกายคริสตัล ตัดส่วนบนด้วยสีเทา Selby Grey ประกายคริสตัล ส่วน Phantom Extended

ตำรวจดูไบทำการรับมอบ Lotus Eletre R โดยมีนายพล Khalfan Obaid Al Jallaf ผู้อํานวยการตํารวจท่องเที่ยวดูไบในแผนกสอบสวนอาชญากรรมทั่วไป และนาย Ramzi Al Atat ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ภูมิภาคของ Lotus พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคน Eletre R จะเข้ามาบริการประชาชนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เสริมภาพลักษณ์และความปลอดภัยได้อย่างดี

Jesko Absolut คันแรกดุดันด้วยตัวถังคาร์บอนเปลือยทั้งคัน KNC (Koenigsegg Naked Carbon) ด้านบนหลังคายังมีโลโก้ผีเอกลักษณ์ขนาดใหญ่ ตัดเด่นด้วยสีแดงสดที่ขายึดกระจกมองข้าง, คาลิปเปอร์เบรก, ฝาครอบล้อคู่หลังที่ติดมาช่วยลดแรงต้านอากาศ, โลโก้ผีขนาดเล็กเหนือเครื่องยนต์ และท้ายรถมีติดคำว่า Le Mans และ Ghost เป็นสีแดงเช่นกัน

โรงแรม The Peninsula London เลือกใช้เป็น Bentley Bentayga Hybrid ที่สั่งทำพิเศษโดยแผนก Mulliner ทั้งหมด 4 คัน ใช้ในการรับส่งแขกในโรงแรม ตัวถังภายนอกมาในสีเขียว Peninsula Green พร้อมกับลากเส้นโค้ชไลน์ข้างตัวรถแยกเป็น 2 เส้น เป็นสีเหลือง Honey

Rimac Nevera ทั้ง 150 คัน จะได้การรับประกัน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งจะครอบคลุมชิ้นส่วนข้อบกพร่องทั้งหมดของแบตเตอรี่ รวมถึงยังรับประกันด้วยว่าเมื่อเลยระยะประกัน 8 ปี มาแล้ว ตัวรถจะยังมีปริมาณความจุแบตเตอรี่สูงสุดอยู่ที่ 75%

Mercedes-Benz Places เป็นความร่วมมือระหว่าง Mercedes-Benz และ Binghatti ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เจ้าเดียวกับที่ทำ Bugatti Residences นั่นเอง ทำเลตั้งอยู่ใจกลางของ Downtown Dubai ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น Dubai Mall

Imola Roadster คันนี้โดดเด่นด้วยตัวถังสีฟ้าอ่อน Azzuro Sardegna BMF พร้อมตัดเด่นด้วยเส้นสีทองตามจุดต่างๆ รอบคัน ท้ายรถระบุชัดเจนว่าเป็นคัน 2 จาก 8 คัน ล้อฟอร์จจาก APP ลาย 7 ก้าน ทำเป็นผิวปัดเงาสีทองอ่อนสลับสีเงิน คาลิปเปอร์เบรกใช้สีเดียวกับตัวถัง ภายในใช้เบาะหนังสีน้ำตาลเข้ม

ด้วยค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ของเขาราว 3.33 ล้านปอนด์ ประมาณ 151 ล้านบาท ถ้าคิดต่อปีก็ 173 ล้านปอนด์ รับเงินกว่า 7,800 ล้านบาท การซื้อซุปเปอร์คาร์ทุกรุ่นนั้นไม่ใช่ปัญหาของเขา รถที่เขาครอบครองก็อย่างเช่น

Novitec Ferrari 296 GTB ภายนอกยกระดับความหล่อด้วยชุดแต่งผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด เช่น ลิ้นสปอยเลอร์หน้า, สเกิร์ตข้าง, ฝาครอบกระจกมองข้าง, ช่องอากาศข้างตัวรถ, แผงฝาครอบเครื่องยนต์, ดิฟฟิวเซอร์ท้าย และปีกท้ายแบบตูดเป็ด

Zonda Attack ดุดันจัดเต็มด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์เปลือยสลับกับสีดำ Grigio Knockhill มีการปรับปรุงแอโรว์เพื่อเพิ่มแรงกดและการระบายความร้อนได้ดีขึ้น ช่องดักอากาศด้านบนหลังคาและเหนือซุ้มล้อหลังที่ยกลอยขึ้นได้แรงบันดาลใจจาก Zonda Cinque ปีกท้ายก็มาแบบใหญ่เต็มลำ

ได้จัดพิธีมอบกุญแจ Urus Performante โดย Paolo Sartori หัวหน้าประจำภูมิภาคของ Automobili Lamborghini ตะวันออกกลางและแอฟริกา ให้แก่พลตรี Ahmed Mohammed bin Thanani รักษาการผู้บัญชาการตำรวจสูงสุดแห่งตำรวจดูไบ พิธีดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของการอุทิศตนของ Lamborghini ในการสนับสนุนภารกิจด้านความปลอดภัยสาธารณะ

Tod's Gommino รองเท้า Driving shoes สไตล์เรียบหรูเอกลักษณ์ของ Tod's ที่ผสานเส้นสายและสีสันอันโฉบเฉี่ยวของ Lamborghini เข้าไป ใช้หนังจากโรงฟอกที่ดีที่สุดในโลกตัดเย็บด้วยงานฝีมือทั้งหมด

ด้วยความร่วมมือระหว่าง Continental และ Swarovski Mobility ทำให้เกิดจอที่ชื่อว่า Crystal Center Display จอแสดงผลรถยนต์แบบมองทะลุได้เครื่องแรกของโลก สร้างมาตอบโจทย์รถยนต์ระดับพรีเมี่ยมซึ่งจะช่วยให้นักออกแบบรถจากแบรนด์ต่างๆ มีไอเดียแปลกใหม่หรูหรายิ่งขึ้น

Telemetry X ก้าวไปอีกขั้น ด้วยระบบล้ำสมัยสามระบบที่พัฒนาร่วมกับ Accenture ได้แก่ Real Time Remote Garage, Biometric Data System และ Digital Co-Pilot

Taycan รุ่นนี้โชว์โหดด้วยการกลายเป็นปอร์เช่พลังไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในสนามแข่ง ด้วยเวลาต่อรอบ 7:07.55 นาที ฉีกหนี Taycan Turbo S ถึง 26 วินาที จัดอยู่ระดับใกล้เคียงพวก Rimac Nevera ได้เลย

ในห้องโดยสารก็เสริมแต่งรายละเอียดเล็กๆ ด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เลือกได้ทั้งแบบผิวเงาและผิวด้าน ในบริเวณแผงคันโยกเปลี่ยนเกียร์, เบาะนั่ง, ฝาปิดฐานสามเหลี่ยมกระจกมองข้าง เพิ่มไฟเรืองแสงใต้ประตูและแถบสัญลักษณ์ ABT พร้อมตัวอักษร Scatenato "1 จาก 99"

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้