Aston Martin Vantage Roadster ขุมพลัง V8 มาพร้อมหลังคาเร็วที่สุดในโลก

117 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ supercar SUPERCAR UPDATE

Aston Martin Vantage Roadster ขุมพลัง V8 มาพร้อมหลังคาเร็วที่สุดในโลก

เมื่อ Aston Martin Vantage Roadster ได้โปรโมทตัวด้วยสีน้ำเงินสุดหรู อย่างสี Ceramic Blue ที่มาพร้อมชุดหลังคาผ้าใบแบบใหม่ ใช้เวลาเปิดเพียง 6.7 วินาที ส่วนปิด 6.8 วินาที เท่านั้น ทำให้มันเป็นรถเปิดประทุน เปิด-ปิด หลังคาเร็วที่สุดในโลก ณ เวลานี้ สามารถทำงานได้ในความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยความกระทัดรัดของกลไกหลังคาใหม่นี้ ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระหลังมีขนาด 200 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับใส่ถุงกอล์ฟขนาดใหญ่สุด หรือของช้อปปิ้งจากห้างได้สบายๆ น้ำหนักตัวรถเปล่าอยู่ที่ 1,628 กิโลกรัม หนักกว่ารุ่นคูเป้ 60 กิโลกรัม เนื่องจากกลไกหลังคา และเสริมโครงสร้างความปลอดภัย มีการกระจายน้ำหนักที่ 49:51 % ส่วนเรื่องการออกแบบอากาศพลศาสตร์รอบคันที่ยังคงเหมือนกับในรุ่นคูเป้

Aston Martin Vantage Roadster คันนี้ภายในยังคงดีไซน์ที่มีความหรูหราพรีเมี่ยม ด้วยวัสดุและสีสันภายในลูกค้าสามารถเลือกตกแต่งได้ตามใจชอบ ส่วนคอนโซลกลาง ติดตั้งจอ LCD ขนาด 8.0 นิ้ว เช่นเคย แต่มีการปรับปรุงเล็กน้อย ในส่วนตำแหน่งปุ่มควบคุม และเพิ่มที่วางแก้ว 2 จุด ใกล้พนักวางแขนกลางที่รุ่นคูเป้ไม่มี

ขุมกำลังเครื่องยนต์ของ Aston Martin Vantage Roadster นั้นใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 รหัส M178 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ รีดกำลังได้ 503 แรงม้า (BHP) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 685 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 5,000 รอบ/นาที ทำอัตราเร่ง 0-100 ในเวลา 3.8 วินาที กับท๊อปสปีด 306 กม./ชม. ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง

Aston Martin Vantage Roadster ใช้ระบบเบรกแบบจานเหล็กขนาด 400 มม. ทางด้านหน้า และหลัง 360 มม. ช่วงล่างด้านหน้า เป็นแบบอิสระ Double Wishbone ส่วนหลังเป็นแบบ Multi-Link ควบคุมด้วย Adaptive Damping System (ADS) กับเทคโนโลยี Skyhook แปรผันตามสภาพถนน มี 3 โหมดให้ใช้ คือ Sport, Sport+ และ Track ชุดยางใส่ของ Pirelli P-Zero ขนาด 20 นิ้ว 255/40/20 และหลังขนาด 20 นิ้ว 295/35/20

สำหรับในเมืองไทยนั้นรุ่นที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้อย่าง Vantage คูเป้ ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 16,900,000 บาท เมื่อ Roadster มาถึง คาดว่าจะตั้งราคาไว้สูงกว่าหน่อยราว 1-2 ล้านบาท เมื่อมันมาถึงไทยเราจะมารายงานกันต่อครับ

บทความโดย : Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Aston Martin