McLaren 720S Le Mans รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ฉลองครบรอบ 25 ปี คว้าชัยในการแข่ง Le Mans

724 จำนวนผู้เข้าชม  | 

McLaren 720S Le Mans รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ฉลองครบรอบ 25 ปี คว้าชัยในการแข่ง Le Mans

รถแข่ง McLaren F1 GTR ปี 1995 สร้างชื่อด้วยชัยชนะในการแข่ง Le Mans 24 ชั่วโมง มันมาพร้อมเครื่องยนต์ระดับตำนาน ที่พัฒนาโดย BMW แบบ V12 N/A ขนาด 6.1 ลิตร ที่หลายๆ คนยังจดจำไม่ลืม โดยล่าสุด McLaren ทำการปล่อยรุ่นพิเศษออกมา ในชื่อ 720S Le Mans เป็นการฉลองครบรอบ 25 ปี ทำให้เราย้อนรำลึกอดีตอันสุดยอดขึ้นมาอีกครั้ง

สำหรับตัวถังภายนอกของ 720S Le Mans จะมีเพียง 2 เฉดสี เท่านั้น คือ สีส้ม McLaren Orange และสีเทา Sarthe Gray งานดีไซน์มีความแตกต่างอะไรจาก 720S ปกติบ้าง เรามาดูกันตั้งแต่ด้านหน้า ด้านหน้าจะได้ชุดกันชนใหม่ รวมไปถึง บริเวณซุ้มล้อ ยกมาจากตัว 765LT ที่รองรับแอร์โรไดนามิกได้ดีขึ้น ชุดล้อ 5 ก้าน ให้มาในแนว Retro เหมือนในรถแข่ง F1 GTR ปี 1995 ตัวคาลิปเปอร์เบรกให้มาในสีทอง ด้านข้างตัวรถติดตรา McLaren 25 Anniversary Le Mans มาให้ ส่วนบนหลังคาดุดันยิ่งขึ้นด้วยชุด Scoop ดักลมระบายความร้อนเครื่องยนต์ บานกระจกหลังทำการเปลี่ยนวัสดุเป็นแบบ Polycarbonate ที่นิยมใช้ในรถแข่งสนาม ช่วยลดน้ำหนัก และเหนียวทนทานกว่ากระจกทั่วไปอย่างชัดเจน

ภายในห้องโดยสารในรุ่นพิเศษ จะมีโทนสีให้เลือก 2 สไตล์ คือสีส้ม McLaren Orange และสีเทา Dove Gray ที่บริเวณเบาะนั่ง, แผงข้างประตู, แผงคอลโซล และบริเวณพวงมาลัย เพื่อให้ตัดกับ Alcantara สีดำโดยรอบ  ทั้งนี้ถ้าลูกค้าต้องการความดุดันยิ่งขึ้น สามารถสั่งตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ตามจุดต่างๆ เช่น บริเวณช่องแอร์, ก้าน Paddle shift, ชายประตู, รวมถึงเพิ่มเข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด และโครงไทเทเนียมเสริมความปลอดภัยได้

เจ้า 720S Le Mans ไม่มีการปรับแต่งเครื่องยนต์เพิ่มเติม โดยยังใช้ขุมพลังวางกลางดั้งเดิมรหัส M840T แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่  ให้กำลังสูงสุด 710 แรงม้า (BHP) ที่ 7,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 770 นิวตัน-เมตร ที่ 5,500 รอบ/นาที ทำอัตราเร่ง 0-100 ในเวลา 2.9 วินาที 0-200 ใน 7.8 วินาที และ 0-300 ใน 21.4 วินาที ส่วนระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ 30 เมตร และ 200-0 อยู่ที่ 122 เมตร ทำท๊อปสปีดสูงสุด 341 กม./ชม.  พร้อมส่งกำลังด้วยเกียร์แบบ 7 สปีด Dual-Clutch (SSG) และขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง

McLaren 720S Le Mans ตั้งราคาไว้ที่ 254,500 ปอนด์ หรือประมาณ 9.8 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า และจะส่งไปทั่วโลก ในจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน เท่านั้น น่าสนใจว่าในไทยจะได้เข้ามากี่คัน ต้องรอติดตามกันครับ

บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : McLaren