Mercedes-AMG GT Black Series เวอร์ชั่นโหดสุด พร้อมขุมพลัง V8 ที่ทรงพลังที่สุด เท่าที่ AMG เคยทำมา

287 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ supercar SUPERCAR UPDATE

Mercedes-AMG GT Black Series เวอร์ชั่นโหดสุด พร้อมขุมพลัง V8 ที่ทรงพลังที่สุด เท่าที่ AMG เคยทำมา

ในที่สุดมันก็มา กับตัวโหดสุดในบรรดา AMG GT กับ Mercedes-AMG GT Black Series ใหม่ล่าสุด ที่ถูกพัฒนาใหม่รอบคัน ยัดเทคโนโลยีจากรถแข่งสนาม รวมถึงเครื่องยนต์ที่ให้กำลังมากขึ้น เหนือกว่า AMG GT R PRO ขึ้นไปอีก เพื่อให้ขับขี่สุดยอดทั้งบนถนน และในสนามแข่ง

Mercedes-AMG GT Black Series เพียงแค่เห็นแวบเดียวก็สามารถรับรู้ได้ถึงความโหดดิบ ต่างจาก GT รุ่นอื่นอย่างชัดเจน ด้วยชุดกระจังหน้าแนวตั้งขนาดใหญ่ดึงมาจากตัวแข่ง AMG GT3 กันชนหน้ามีลิ้นแบบ Active Aero ที่ใช้วัสดุที่ยืดหยุ่นได้เพื่อช่วยเสริมแรงกด ช่องลมต่างๆ ไม่ว่าจะกันชนหน้า บนซุ้มล้อหน้า ข้างตัวรถ และฝากระโปรงหน้า ถูกเพิ่มจำนวนขึ้นแถมขยายขนาดที่ใหญ่โต รองรับแอร์โรไดนามิก รวมถึงช่วยการระบายความร้อนระบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า หลังคา จนไปถึงฝากระโปรงหลัง รวมถึงกระจกก็ถูกเปลี่ยนวัสดุให้มีน้ำหนักเบาลง บั้นท้ายดุดันด้วยปิกท้าย 2 ชั้น แบบยึดตายตัวเพิ่มแรงกดได้มหาศาล ส่วนล่างมีดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ ผนวกชุดท่อไอเสียสแตนเลสสตีล AMG Performance ปลายออก 4 ท่อ ล้ออัลลอยให้มาขนาด 19 นิ้ว ด้านหน้า และหลัง 20 นิ้ว พร้อมจานเบรกคาร์บอน-เซรามิค สวมยางชุดใหม่ Michelin Pilot Sport Cup 2 R MO1A ไซด์หน้าขนาด 285/35 ZR19 และหลังขนาด 335/30 ZR20 ช่วงล่างแบบ AMG RIDE Control ปรับได้ 3 ระดับ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมเหล็กกันโคลงใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยรีดน้ำหนักลงไปได้มาก

ห้องโดยสารมาในสไตล์รถแข่งตามแบบฉบับ Black series แผงคอนโซล แผงประตูหุ้มด้วย DINAMICA Microfibre และเดินด้ายสีส้มเพิ่มความเด่น เบาะนั่งให้มาแบบ Bucket seats วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์  พวงมาลัย AMG Performance หุ้มด้วย DINAMICA Microfibre เสริมตรา Black series พร้อมก้าน Paddle Shift สีดำเงา มาตราวัดความเร็วดิจิตอลกราฟฟิคใหม่ของ Black Series ส่วนกลางติดตั้งจอ Infotainment ขนาดใหญ่ รองรับการเชื่อมต่อครบครัน และทีเด็ดกับลูกบิดสีเหลือง ไว้ตั้งค่าระบบ Traction Control ได้ถึง 9 ระดับ ตามสถานการณ์ขับขี่

ขุมกำลังของ AMG GT Black Series ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ Flat cranksharft ที่ถูกพัฒนาใหม่ ทำให้ได้กำลังมหาศาลกว่า 730 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ในเวลา 3.2 วินาที เท่านั้น ท๊อปสปีดสูงสุดที่ 325 กม./ชม. โดยจะถ่ายทอดกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ คลัทซ์คู่ 7 จังหวะ AMG Speedshift DCT 7G ที่ได้รับการโมดิฟายใหม่ ขับมันส์ยิ่งขึ้น และขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง

Mercedes-AMG GT Black Series ยังไม่เปิดเผยราคาออกมา แต่เราแอบทราบมาว่าทาง AMG เลือกลูกค้าที่มีเงื่อนไขคุณสมบัติตามกำหนดด้วยนะ ถึงจะครอบครองมันได้

บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Mercedes-AMG