Delage D12 ไฮบริดไฮเปอร์คาร์ ใช้เทคโนโลยีจากรถแข่ง F1 ผลิตจำกัดเพียง 30 คัน

293 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ supercar SUPERCAR UPDATE

Delage D12 ไฮบริดไฮเปอร์คาร์ ใช้เทคโนโลยีจากรถแข่ง F1 ผลิตจำกัดเพียง 30 คัน

ถ้าให้พูดถึงรถแบรนด์ฝรั่งเศส พวกเราคงนึกถึง เปอร์โยต์, ซีตรอง เป็นอันดับแรกๆ แต่กับ Delage บอกตามตรงว่าไม่คุ้นเลย แบรนด์นี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1905 และได้ยุติการผลิตลงในปี 1953 ไม่แปลกใจที่พวกเราส่วนใหญ่จะไม่รู้จักกัน แต่ในปี 2020 แบรนด์ Delage ได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเผยโฉมซุปเปอร์คาร์ที่ดึงเทคโนโลยีจากรถแข่ง Formula 1 ในชื่อรุ่น D12 

อย่างที่กล่าวไปรถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีจากรถแข่ง F1 งานดีไซน์รอบคันจึงพยายามให้ใกล้เคียง F1 มากที่สุด และต้องใช้งานได้จริงบนถนนทั่วไปด้วย มันถูกพัฒนาโดยทีมงานระดับโลก Jacques Villeneuve อดีตแชมป์โลก F1 และ Benoit Bagur แชมป์ 2 สมัย FIA Touring car World Champion ตัวถังหลักของรถ ถูกแยกส่วนกับชุดสปอยเลอร์หน้าคาร์บอนไฟเบอร์ เพิ่มความเท่ด้วยกรอบกระจกใสเผยให้เห็นระบบช่วงล่างอย่างชัดเจน ที่ด้านข้างยังมาพร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ใช้ลดอุณหภูมิภายในเครื่องยนต์ ดุดันด้วยบั้นท้ายเสริมปีกแบบ Active  ปลายท่อไอเสียออก 2 ท่อ จัดวางตำแหน่งเพื่อความบาลานส์ และ Diffuser รีดอากาศ พร้อมติดตั้งไฟ LED ไว้ด้านล่าง เหมือนกับรถ F1

Delage D12 มีรุ่นให้เราเลือกกัน 2 รุ่น คือ GT และ CLUB ทั้งคู่จะมากับขุมพลัง V12 ขนาด 7.6 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด โดยในรุ่น GT จะให้กำลังสูงสุดจากเครื่องยนต์ 990 แรงม้า เสริมกำลังจากมอเตอร์อีก 110 แรงม้า รวมกันเป็น 1,100 แรงม้า ส่วนในรุ่น CLUB กำลังสูดสุดจากเครื่องยนต์จะลดลงนิดหน่อยที่ 1,010 แรงม้า ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังเพียง 20 แรงม้า โดยมันจะใช้สำหรับช่วงถอยจอดรถ หรือเคลื่อนตัวสั้นในขณะรถติด แต่รุ่น CLUB มีน้ำหนักตัวรถที่ 1,310 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่ารุ่น GT กว่า 89.9 กิโลกรัม ทำให้ทั้ง 2 รุ่นมีบุคลิครูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างกัน โดย GT ให้กำลังที่สูงกว่าเน้นอัตราเร่งทำความเร็ว ส่วน CLUB กำลังลด แต่น้ำหนักเบากว่า ทำให้ขับขี่ในสนามควบคุมกำลังได้ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับห้องโดยสาร D12 จะมาในรูปแบบ 2 ที่นั่ง ให้ผู้โดยสารอยู่ด้านหลังในสไตล์เครื่องบินรบ วัสดุภายในตกแต่งด้วยหนังแท้สลับ Alcantara เบาะนั่งเป็นคาร์บอนไฟเบอร์บางพิเศษ พวงมาลัยแบบคันจอยสติ๊ก พร้อมแบ่งจอแสดงผลเป็น 3 จอ ขนาดใหญ่อารมณ์เดียวกับในเครื่องบิน บวกด้วยชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอนจาก Focal

Delage D12 จะพร้อมสู่สายการผลิตในปี 2021 และทำออกมาจำนวนจำกัดเพียง 30 คัน พร้อมค่าตัวระดับ $2.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ตีเป็นเงินไทยกว่า 71 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า  

บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Carscoops