เผยโฉม!! Aston Martin V12 Vantage ตัวโหดส่งท้ายไม่มีอีกแล้วเครื่อง V12

1175 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เผยโฉม!! Aston Martin V12 Vantage ตัวโหดส่งท้ายไม่มีอีกแล้วเครื่อง V12

รอกันมาตั้งแต่ช่วง ธ.ค. ปีแล้ว ในที่สุดก็เปิดตัวกับ V12 Vantage ตัวแรงสุดในตระกูล และเตรียมเป็นของแรร์ได้เลยเพราะนี่คือ Vantage ที่จะใช้เครื่อง V12 เป็นครั้งสุดท้าย...

V12 Vantage ตัวโหดส่งท้ายตระกูลเครื่อง V12 ตัวถังภายนอกปรับปรุงใหม่หลายจุดทีเดียว ตั้งแต่การขยาย Track ล้อกว้างขึ้น 40 มม. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยกระจังที่ใหญ่ขึ้น 25% ทำงานร่วมกับช่องลมขนาดใหญ่บนฝากระโปรงหน้าชิ้นใหม่ ที่ข้างรถก็ได้ช่องอากาศไหลผ่านขนาดใหญ่ ระบุตรา V12 ไว้ชัดเจน กันชนหน้าใหม่พร้อมลิ้นหน้า สกิร์ตข้าง ปีกท้ายขนาดใหญ่ และดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์ใหม่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยให้ได้แรงกดมหาศาลถึง 204 กก. ที่ความเร็ว 322 กม./ชม. พร้อมเสียงอันเกรี้ยวกราดจากท่อไอเสียคู่ที่ย้ายตำแหน่งมาไว้กึ่งกลาง เบากว่ารุ่นปกติ 7.2 กก. ช่วงล่างจะแข็งกว่า Vantage ปกติ เพราะถูกปรับค่าสปริง (Spring Rate) ด้านหน้าเพิ่มขึ้น 50% และหลังเพิ่มขึ้น 40% รวมกับความแข็งของเมาท์บนที่เพิ่มขึ้น 13%  และได้เหล็กกันโคลงแบบใหม่จะแข็งขึ้น 5% ที่ด้านหน้า และนุ่มกว่าเดิม 41% ที่ด้านหลัง หยุดความแรงด้วยเบรกคาร์บอน-เซรามิค ที่เบากว่าเบรกเหล็ก 23 กก. แถมรับมืออุณหภูมิระดับ 800 องศา ไม่ต้องกังวลเรื่องเบรก Fade จานหน้าขนาด 410 มม. คาลิปเปอร์ 6 สูบ และจานหลังขนาด 360 มม. คาลิปเปอร์ 4 สูบ

ล้ออัลลอยด์มาในขนาด 21 นิ้ว มีให้เลือก 2 เฉดสี สีดำซาตินและสีทูโทน และมีล้อแบบ Lightweight น้ำหนักเบาสีดำด้านเป็นออฟชั่นให้เลือก ทุกแบบจะคู่กับยาง Michelin Pilot Sport 4S ด้านหน้า 275/35/R21 หลัง 315/30/R21 

ภายในห้องโดยสารโดยรวมยังให้ความหรูหราสะดวกสบายไม่ต่างจาก Vantage ปกติ มีจุดให้เรารู้ว่านี่คือรุ่น V12 Vantage คือตรา V12 ใต้ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ที่คอนโซลกลาง นอกจากเบาะปกติแบบ Sports Plus Seat ปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง เน้นความสบายแล้ว ยังมีเบาะตัวโหดสุดอย่าง Performance Seat (รุ่นปกติไม่มี) เป็นคาร์บอนไฟเบอร์เน้นเบา ปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง พร้อมระบบอุ่นในตัว อาจจะนั่งไม่สบายเท่าเบาะปกติแต่ความเท่กินขาดแน่นอน

V12 Vantage ใช้ขุมพลังแบบ V12 ขนาด 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 700 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 753 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที กับท๊อปสปีด 322 กม./ชม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ จาก ZF และเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (LSD) ตัวเกียร์มีการปรับแต่งซอฟแวร์ให้เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเรียนรู้มาจาก V12 Speedster และ Vantage F1 Edition

333 คือจำนวนรถที่จะถูกผลิตออกมา และมันถูกจองเกลี้ยงแล้วอย่างรวดเร็ว กำหนดการส่งมอบครั้งแรกอยู่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2022

บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Aston Martin

 

 

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้