ประวัติ McLaren

111 จำนวนผู้เข้าชม  |  SUPERCAR HISTORY บทความ supercar

ประวัติ McLaren

แม๊คลาเรน มีจุดกำเนิดจากนักแข่งรถสูตร 1 นามว่า บรูซ แม็คราเลน ด้วยทักษะของเขาในด้านมอเตอร์สปอร์ต ทำให้เขาไปสู่จุดสูงสุด ด้วยการชนะการแข่งรถ Formula 1 ได้แชมป์โลกในฐานะนักแข่ง 8 ครั้ง และฐานะทีมทั้งหมด 12 ครั้ง เป็นแชมป์ครั้งแรก ด้วยวัยเพียง 22 ปี เท่านั้น จนได้เริ่มจัดตั้งทีมแข่ง McLaren ในปี 1963 สร้างรถยนต์ของเขาเอง จนต่อมาถ่ายทอดไปสู่ซุปเปอร์คาร์บนถนน ที่เราเห็นกันถึงปัจจุบัน

 

ปี 1929

ประสบการณ์ด้านการแข่งขันของ บรูซ แม็คราเลน มาจากรถ Austin Ulster ปี 1929 ที่พ่อเขาซื้อมาเป็นชิ้นส่วนแยก เพื่อนำมาทำใหม่ แล้วขาย บรูซในวัย 13 ปี เชื่อว่ารถคันนี้สามารถทำเป็นรถแข่งได้

เขามีส่วนร่วมทั้งหมดในการฟื้นฟูรถคันนี้ 2 ปี ต่อมา สำหรับการเตรียมตัวแข่งด้วยรถ Ulster บรูซในวัย 15 ปี สร้างสถิติความเร็วสูงสุด ในรถคลาส 750 ซีซี ที่ Muriwai Beach hill climb

เมื่อ Austin Ulster ของ Bruce ได้ออกเดินทางจากนิวซีแลนด์ไปยังอังกฤษ มันก็ได้ไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กจนปี 1989 เมื่อมันถูกค้นพบโดยกลุ่ม McLaren Group ก็ได้ถูกเก็บรักษาไว้ให้คงสภาพเดิม เจ้าตัวน้อยที่เป็นตำนานนี้ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญและสร้างชื่อเสียงร่วมไปกับบรรดารถคันอื่นๆที่มีความรวดเร็วกว่าบนถนนที่ MTC

 

ปี 1965 McLaren M1B

มันถูกออกแบบและสร้างโดย Robin Herd และ Bruce McLaren ใช้เครื่อง V8 จาก Oldsmobile/Chevrolet กำลัง 340 แรงม้า (BHP) รถ M1B คือรถสำหรับแข่งขันของทีมอย่างเป็นทางการ ในปี 1965 มาในตัวถังสีแดงทำจากโลหะ เปิดตัวครั้งแรกที่สนาม Canadian Grand Prix จบในที่ 2 จากการต่อสู้กับ Jim Hall

 

ปี 1967 McLaren M6A

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ McLaren รถรุ่น M6A คือรถที่ประสบความสำเร็จที่สุด ที่ Robin Herd ออกแบบให้ทีมในปี 1967 หนึ่งในรถที่บังคับควบคุมได้สุดยอดในช่วงเวลานั้น ใช้เครื่องแบบ V8 527 แรงม้า (BHP) M6A ช่วยให้ Bruce และ Denny Hulme คว้ารางวัลชนะเลิศ Can-Am series จำนวน 5 ครั้ง จาก 6 การแข่งขัน

รถ M6A คือ McLaren คันแรกของทีมที่มาพร้อมสีส้มที่เป็นเครื่องหมายการค้า Papaya orange หรือสี McLaren Orange ที่รู้จักกันจนถึงทุกวันนี้

 

ปี 1968 Mclaren M7A

ตัวรถออกแบบโดย Robin Herd และ Gordon Coppuck รถ M7A อันสง่างามคือ McLaren คันแรกที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Ford Cosworth DFV พละกำลัง 410 แรงม้า (BHP) จบอันดับที่สองในประเภทผู้ผลิต ในปี 68 ทำผลงานน่าประทับใจ ด้วยการชนะที่ Italian และ Canadian Grand Prix ขับโดย Denny Hulme

 

ปี 1969 McLaren M6GT

ด้วยความสำเร็จชัยชนะที่ Can-Am ทำให้มีเงินเข้าสู่บริษัท และบรูซเขาเป็นมากกว่านักแข่งรถ เขามีความกระตือรือร้น ตั้งใจจะเป็นคนริเริ่มงานออกแบบ และเพิ่มทักษะด้านผู้ประกอบการ บรูซต้องการจะสร้างสุดยอดรถสปอร์ต โดยตั้งมาตรฐานไว้สูงสุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นมาในหลายทศวรรษ เห็นได้ชัดอย่างโปรเจ็ค McLaren F1

ด้วยความที่เป็นรถ McLaren มันจะต้องดึงเทคโนโลยีล่าสุดจากสนามแข่ง มาใช้กับรถบนถนน โดยตั้งเป้าให้มันเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก และอัตราเร่งเร็วที่สุดในโลก น่าเศร้าที่เป้าหมาย ที่จะผลิตรถออกมาขาย 250 คัน ต้องจบลง หลังจากบรูซเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตที่สนาม Goodwood Curcuit ประเทศอังกฤษ วันที่ 2 มิถุนายน 1970

 

ปี 1971-1976 McLaren M16

M16 รถแข่ง Indy car ทรงลิ่ม สร้างชื่อเสียงอย่างมากในการแข่งขัน Indianapolis 500 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Indy 500 แข่งขันกันจำนวน 11 ครั้ง ได้รับชัยชนะ 3 ครั้ง ถือเป็นผลงานที่น่าประทับใจสำหรับทีมแข่งขนาดเล็ก M16 ใช้เครื่องยนต์ Offenhauser 4 สูบ เทอรโบ 700-780 แรงม้า (BHP)

 

ปี 1981 McLaren MP4/1

MP4/1 ออกแบบโดย John Barnard เป็นรถ Formula 1 คันแรก ที่ใช้ตัวถังแบบ Carbon composite ทั้งเบาและแข็งแรง เป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่นักแข่ง

ในซีซั่นแรกของการแข่ง จบฤดูกลาลด้วยการติดอันดับท๊อป 10 ที่สนาม Spanish Grand Prix นักขับ John Watson เริ่มท๊อปฟอร์ม ด้วยการได้ที่ 3 ในสเปน และที่ 2 ในฝรั่งเศส ตามมาด้วยชัยชนะที่ British Grand Prix นี่คือชัยชนะครั้งแรกของ McLaren ในรอบ 4 ปี และเป็นชัยชนะครั้งแรกของรถตัวถังแบบ Carbon Composite

 

ปี 1988 McLaren MP4/4

หลังจากนำรถ MP4/4 วิ่งรอบสนามจำนวน 5 รอบ Alain Prost คุยในทีมกับ Ron Dennis ว่าคนคันนี้ต้องได้แชมป์โลกแน่ มันชนะ 15 ครั้ง จาก 16 การแข่งขัน Senna นักขับมือฉกาจ ชนะการแข่งขัน 8 ครั้ง และคว้าแชมป์โลก Senna และ Prost นักขับทีมเดียวกัน ได้ที่ 1 กับที่ 2 ถึง 10 ครั้ง อย่างน่าอัศจรรย์

จากปากของ Neil Trundle ฝ่ายช่างใหญ่ของ McLaren รถ MP4/4 นั้นสมบูณณ์แบบจริงๆ น้ำหนักที่เบา แรงกดอันมหาศาล เบรกที่มีประสิทธิภาพ ช่วงล่างอันน่าอัศจรรย์ และเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 900 แรงม้า (BHP) จาก Honda ทำให้มันเป็น McLaren ที่ดีที่สุด เท่าที่เคยมีมา

 

ปี 1993-1998 McLaren F1

McLaren F1 คือรถที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่แก่ซุปเปอร์คาร์ มันคือรถถนนคันแรก ที่ใช้ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ สร้างสถิติรถที่เร็วที่สุดในโลก และยังคงเป็นรถเครื่องยนต์ N/A ไร้ระบบอัดอากาศ ที่เร็วที่สุด เท่าที่เคยสร้างมา

Gordon Murray หัวหน้าทีมออกแบบ และทีมงานผู้ช่วย ร่วมกันสร้างรถคันนี้ ทั้งเบา แข็งแกร่ง ปลอดภัย และตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้มันเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ และยังถ่ายทอดไปสู่รถรุ่นใหม่ของ McLaren ในปัจุจุบัน

 

จนถึงปัจจุบันซุปเปอร์คาร์ McLaren ยังสานต่อตำนานต่อมาเรื่อยๆ นำเสนอซุปเปอร์คาร์ประสิทธิภาพสูงที่นับวันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของซุปเปอร์คาร์ และได้แตกแขนงรุ่นย่อยออกมามากมาย เพื่อความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน

 

McLaren 12C - 2009-2014

McLaren P1 - 2013

McLaren 650S - 2014

McLaren 675LT - 2015

McLaren 570S - 2015

McLaren 540C - 2015

McLaren 570GT - 2016

McLaren 720S - 2017

McLaren 570S SPIDER - 2017

McLaren SENNA - 2017

McLaren 600LT - 2018

McLaren 720S SPIDER - 2018

McLaren SPEEDTAIL - 2018

McLaren 600LT SPIDER - 2019

McLaren GT - 2019

บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของทาง Bangkoksupercar.com