55 จำนวนผู้เข้าชม |
Bentley เผยโฉม Flying Spur รุ่นปี 2027 อย่างเป็นทางการ พร้อมการปรับปรุงครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี และเทคโนโลยีไฮบริดสมรรถนะสูง
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดสุดคือชุดไฟหน้ารูปแบบใหม่ ยกเลิกไฟหน้าคู่ที่ใช้มายาวนาน และหันมาใช้ไฟหน้าเดี่ยวแบบข้างละดวงสไตล์เดียวกับ Continental GT รุ่นใหม่ ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปีที่รถซีดาน Bentley กลับมาใช้แนวทางนี้ โดยต้องย้อนกลับไปถึงปี 1962 เลยทีเดียว กระจังหน้าถูกรวมเข้ากับชุดกันชนหน้าที่ปรับดีไซน์ใหม่ ช่องระบายอากาศตัว B ขนาดใหญ่ข้างรถถูกตัดออกไป ขณะที่ตราสัญลักษณ์บนตัวถังถูกย้ายมาติดตั้งบริเวณหลังซุ้มล้อหน้า พร้อมเพิ่มสีตัวถังใหม่ Dark Teal เป็นน้ำเงินเข้มเมทัลลิกที่แฝงประกายเขียวดูหรูหราลึกลับ
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ Flying Spur S ซึ่งเป็นรุ่นที่ทำมาตอบโจทย์เร้าใจทั้งผู้ขับขี่และความสบายในการนั่งไปพร้อมกัน มาพร้อมระบบขับเคลื่อน High Performance Hybrid ที่ผสานเครื่องยนต์ V8 เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร เพิ่มขึ้นเกือบ 20% เมื่อเทียบกับ Flying Spur S รุ่นก่อนหน้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที และท๊อปสปีด 307 กม./ชม.
ระบบช่วงล่าง Bentley Performance Active Chassis ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับสมรรถนะที่สูงขึ้น ประกอบด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ Active All-Wheel Drive, โช้กอัพแบบ Twin-Valve Dampers, ระบบ Torque Vectoring, ระบบกันโคลงไฟฟ้า Bentley Dynamic Ride 48V และครั้งแรกของ Flying Spur S กับการติดตั้ง Electronic Limited-Slip Differential (eLSD)
ห้องโดยสารยังคงความหรูหราสไตล์ Bentley ซึ่งเราสามารถปรับแต่งจุดต่างๆ เองได้หลากหลาย หนึ่งไฮไลต์คือการเพิ่มระบบเสียง Naim for Mulliner เข้าสู่แพ็กเกจใหม่ Virtuoso Collection โดยใช้ลำโพง 21 ตำแหน่ง ที่ต่อยอดเทคโนโลยีจาก Focal Grand Utopia ซึ่งเคยใช้บน Bentley Batur ที่มีไม่กี่คันในโลก
Flying Spur ใหม่จะผลิตขึ้นที่โรงงานเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ในเดือนกันยายน 2026 และมีกำหนดส่งมอบรถคันแรกในช่วงต้นไตรมาส 4 ของปี 2026
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Bentley


















