Mercedes-AMG E53 4MATIC+ Coupe เวอร์ชั่น Facelift ปรับหน้าใหม่ แรงเหมือนเดิม

50 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ supercar SUPERCAR UPDATE

Mercedes-AMG E53 4MATIC+ Coupe เวอร์ชั่น Facelift ปรับหน้าใหม่ แรงเหมือนเดิม

E53 4MATIC+ ตัวแรงล่าสุดโฉม Facelift ปรับหน้าตาสดใหม่ยิ่งขึ้น มีรูปแบบตัวถังให้เลือกตั้งแต่ Sedan, Coupe, Cabriolet และ Estate โดยวันนี้เราจะนำเสนอในเวอร์ชั่น Coupe กันครับ

E53 4MATIC+ Coupe ทางด้านหน้ามาในดีไซน์ใหม่ ด้วยชุดกระจังหน้าแนวตั้งสุดโหด เอกลักษณ์ของ AMG  โคมไฟหน้าทรงใหม่แบบ Full LED กันชนหน้ามีลิ้นเสริมแรงกด กับช่องดักลมแบ่งเป็น 3 จุด ช่องกลางสำหรับระบายความร้อน Intercooler ส่วนช่องด้านข้าง 2 ฝั่ง เป็นช่องให้อากาศไหลเวียนผ่านล้อไปได้ไหลลื่น ด้านข้างติดตรา Turbo 4MATIC+ บ่งบอกความแรง ชุดล้ออัลลอย AMG ให้มาขนาด 19 นิ้ว (20 นิ้ว ออฟชั่นเสริม) ดุดันด้วยคาลิปเปอร์เบรกสีแดงสด พร้อมจานเบรกเหล็กประสิทธิภาพสูง  บั้นท้ายติดตั้งสปอยเลอร์คาร์บอนไฟเบอร์ขนาดเล็กเสริมแรงกด กับ Diffuser รีดอากาศ ขนาบ 2 ฝั่งด้วยปลายท่อไอเสียแบบคู่ ซุ่มเสียงจะดุดันยิ่งขึ้นตามลำดับโหมดขับขี่ที่เราเลือก ตั้งแต่ Comfort, Sport และ Sport+

ภายในห้องโดยสาร E53 4MATIC+ Coupe มีการตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มันเงา อลูมิเนียม หนัง Nappa และผ้า Dinamica สร้างบรรยากาศด้วยไฟ Ambient light ปรับแต่งสีได้ 64 สี  มากับพวงมาลัยท้ายตัดทรงใหม่ ก้าน Paddle Shift ก็ทรงใหม่ในแบบตัว C ช่วยเพิ่มความหล่อได้อย่างดี หน้าจอวัดความเร็วแบบดิจิตอลยาวต่อเนื่อง เชื่อมกับจอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว UI ดีไซน์ใหม่ ในส่วนปุ่มควบคุมบริเวณคอนโซลกลาง ในรุ่นใหม่นี้มีการตัดนาฬิกาเข็มทรงกลมออกไป ตัว Touchpad สำหรับคุมหน้าจอ ปรับรูปทรงใหม่ให้บางเฉียบยิ่งขึ้น และเป็นผิวสัมผัสแบบด้านช่วยลดปัญหารอยนิ้วมือไปได้มากทีเดียว

เครื่องยนต์ของ E53 4MATIC+ เป็นแบบเบนซิน 6 สูบเรียง ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ รีดกำลังสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-5,800 รอบ/นาที พร้อมเสริมพลังงานด้วยระบบ EQ Boost มอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มแรงม้าเข้ามาอีก 22 แรงม้า และเพิ่มแรงบิดอีก 250 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ได้รวดเร็วในเวลา 4.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้ชุดเกียร์อัตโนมัติ คลัทซ์คู่ 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G ขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ และช่วงล่างประสิทธิภาพสูงแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL + ที่จะปรับค่าตามสภาพถนน ให้เหมาะสมกับโหมดที่เราเลือกไว้

สำหรับในเมืองไทยคาดว่าไม่นาน คงได้เห็นนำเข้ามาขายกันแน่นอน โดยราคาคาดการณ์น่าจะอยู่ประมาณ 6.9 ล้าน บาท

บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Mercedes-AMG