Audi e-tron GT เผยโฉมครั้งแรกเมื่อปี 2018 ในฐานะรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมาก ด้วยภาพลักษณ์ดูเท่ดุดัน และในปี 2021 เป็นการเผยโฉมรุ่นผลิตจริงก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะหน้าตาของมันแทบไม่ต่างจากตัวต้นแบบเลย ขนาดมิติตัวรถจะใกล้เคียงกับ Porsche Taycan เพราะสองรุ่นนี้พัฒนาบนแพลตฟอร์มเดียวกัน
ต่อหน้าลูกค้า VIP ที่ได้รับเชิญมา มันใช้ชื่อว่า PHANTOM ‘IRIDESCENT OPULENCE’ ตัวถังภายนอกดูเรียบหรูแนวทูโทน ด้วยสีเขียว Dark Silk Teal ตัดสีเงิน Premier Silver พิเศษด้วยเส้น Coachline สีม่วงวาดเป็นลวดลายขนนก โดยไฮไลท์ของรถคันนี้อยู่ที่ห้องโดยสาร บนแผงคอนโซลหน้า 'The Gallery' ที่มีการตกแต่งพิเศษด้วยการนำขนนก
นี่คือ GRONOS 2021 เป็นการจับรถ G-Class G63 มาอัพเกรดโดย Mansory ตัวถังใช้สีเขียวพิเศษ British Racing Green ชิ้นงานด้านแอรโรไดนามิกถูกออกแบบใหม่ จัดหนักด้วย Forged Carbon สี Dark grey ตั้งแต่หน้าจรดท้าย
สำหรับรางวัลซุปเปอร์คาร์ที่สวยที่สุดแห่งปี 2021 มีผู้เข้าท้าชิงอยู่ทั้งหมด 4 คันด้วยกัน คือ Aston Martin V12 Speedster, Ferrari Portofino M, Gordon Murray T50 และ Maserati MC20 คือผู้ได้รับรางวัลนี้ไป MC20
สาวก Novitec ย่อมไม่หยุดที่เดิมๆ พวกเขามีชุดแต่งไว้รองรับเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด จุดที่เห็นชัดสุดน่าจะเป็นฝากระโปรงชุดใหม่ N-Largo สไตล์ลูกพี่ Senna, ช่อง Scoop ดักอากาศบนหลังคา, ช่องลมข้างตัวรถ, แผงกาบประตูภายในตัวอักษร Novitec ล้อรถให้เป็นแบบ Center lock ลาย MC3 Forged
Breadvan Hommage รถแนว GT กับบั้นท้ายสุดแปลกตานี้ มีพื้นฐานมาจากรถ Ferrari 550 Maranello ปี 1996 งานตัวถังถูกทำใหม่รอบคัน โดยยังคงความเป็นต้นตำหรับไว้ หัวเรืองานนี้รับหน้าที่โดย Niels van Roij Design มันเป็นการหวนคืนอดีตของรถ Ferrari 250 GT SWB
Lamborghini Siáns ถูกผลิตมาจำนวนจำกัดเพียง 63 คัน แต่ละคันออกแบบพิเศษเฉพาะลูกค้าแต่ละราย โดยมีความร่วมมือกับศูนย์ออกแบบของ Lamborghini และแผนก Ad Personam รถสองคันที่เรากล่าวถึงนี้มาจาก Lamborghini London ตัวแทนจำหน่ายโดย H.R. Owen
นี่คือ AMR-C01 Racing Simulator เครื่องเล่นเกมรถแข่งจำลองสุดหรู เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Aston Martin และทาง Curv Racing Simulators ประเทศอังกฤษ งานตัวถังเป็นแบบโมโนค็อกถูกทำขึ้นด้วยมือ วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด งานสีมีให้เลือกหลากหลายเฉดด้วยกัน
ด้านแอร์โรไดนามิกถือว่าจัดเต็ม สามารถสร้างแรงกดได้มหาศาลถึง 2,010 กิโลกรัม เมื่อแตะความระดับ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง เห็นหน้าตาโหดๆ แบบนี้ มันออกแบบมาสำหรับวิ่งบนท้องถนนทั่วไปได้อย่างถูกกฎหมาย พื้นฐานของมันมาจาก Huaracan LP-640-4 หรือรุ่น EVO ขับสี่นั่นเอง
F-TYPE Reims Edition ตัวพิเศษนี้ถือเป็นการย้อนรำลึกความสำเร็จในการแข่งรายการ 12 ชั่วโมง ที่ Reims โดยใช้รถ D-Type ขับโดย Ken Wharton และ Peter จนได้รับชัยชนะไปในปี 1954 มันโดดเด่นด้วยโทนสีพิเศษเฉพาะ French Racing Blue ถือเป็นรุ่นที่สองที่ใช้สีนี้ ต่อจาก XE Reims Edition
ใครที่ใช้ F8 Tributo ต้องถูกใจแน่ กับชุดแต่ง Novitec ที่จัดเต็มรอบคันเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ตั้งแต่ลิ้นข้างกันชนหน้า, Sideflaps กันชนหน้า, ชุดสเกิร์ตข้าง, ครีบช่องอากาศข้างตัวรถ, ช่องลมกลางฝากระโปรงหน้า
Boxster 25 years เปิดประทุนรุ่นพิเศษล่าสุด มันใช้พื้นฐานจาก 718 Boxster GTS 4.0 ตัวแรงที่เป็นรองเพียง Cayman GT4 เท่านั้น รถคันนี้ถอดแบบเปะๆ มาจาก 986 Boxster Concept ในปี 1993 ใช้ตัวถังสีเงิน GT Silver Metallic ที่ดูเรียบหรู เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีทองอ่อนๆ Neodyme
รอกันมานานข้ามปี นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือน มี.ค. 2020 ในปี 2021 ถึงเวลาประเดิมส่งมอบ Chiron Pur Sport คันแรกในโลก โดยคันนี้มาจากโชว์รูม Bugatti of Greenwich ในสหรัฐอเมริกา สเปคภายนอกโดดเด่นมากด้วยตัวถังสีขาว Quartz White
มีใครพร้อมไปประมูลมั๊ย?? นี่คือ Koenigsegg Regera หนึ่งเดียวจากทั้งหมด 80 คัน ในโลก ที่ถูกนำมาประมูล แซสซีส์หมายเลข 175 ตัวรถผ่านการวิ่งต่ำกว่า 200 ไมล์ หรือ 321 กิโลเมตร งานตัวถังมาในสีขาว Crystal White พร้อมเสริมลวดลายกราฟฟิค “ Speedster” รอบตัวรถ โดยเส้นสีทองที่เราเห็นนั้นทำจากทองคำเปลว 24 กะรัต
อย่างที่บอกไปเฟอร์รารี่มีแผนกพิเศษใช้ชื่อว่า Ferrari Tailor Made แผนกนี้มีมานานตั้งแต่ยุค 1950 คุณสามารถปรับแต่งรถคุณเองได้แบบเฉพาะตัว โดยจะมีดีไซเนอร์ส่วนตัวคอยให้คำแนะนำเรา คุณจะใส่ลายไม้ หนังแบบไหนเข้าไปก็ตามสะดวก อย่าง 812 Superfast คันนี้ ตัวถังใช้สีพิเศษ Verde Pino คาดลายเส้นกึ่งกลางสีทอง เฉดเดียวกับล้อแม๊ก ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งถูกหุ้มด้วยหนังแท้โทนสว่าง Heritage Ghianda
นี่คือ Agera RS Refinement เรียกง่ายๆ คือเป็นการจับมาอัพเกรดปรับปรุงใหม่ โดยผลงานนี้เริ่มต้นในฤดูใบไม้ร่วงปี 2019 จากลูกค้ารายหนึ่งที่ครอบครอง Agera RS และต้องการใส่ความเป็นรุ่น One:1 เข้ามาด้วย ทางโคนิคเซคจัดให้ตามคำขอ ชุดฝากระโปรงหน้าถูกรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เพิ่มช่อง Scoop ดักอากาศขนาดใหญ่เหนือฝากระโปรงหลัง
Bentayga Hybrid โฉมใหม่ผ่านการปรับโฉมมาเรียบร้อย น้ำมันหนึ่งถังสามารถวิ่งได้ยาวๆ กว่า 862 กิโลเมตร ตัวถังภายนอกหรูหราใหญ่โต ไม่ต่างกับเวอร์ชั่น V8 และ W12 โดดเด่นด้วยโคมไฟหน้า LED Matrix ชุดใหม่ กระจังหน้าขนาดใหญ่ กันชนหน้าแบบสปอร์ตรับลมได้เต็มเปี่ยม ติดสัญลักษณ์ Hybrid ที่ส่วนล่างประตูรถ ไฟท้ายทรงใหม่แบบ 3D ปลายท่อไอเสียแยกซ้าย-ขวา ทรงเดียวกับเวอร์ชั่น V8
McLaren Speedtail คันนี้กัน รถคันนี้คือคันที่ 36 จาก 106 คัน แซสซีส์หมายเลข SBM23GDG6LW403036 ตัวรถใหม่เอี่ยมผ่านการวิ่งมาเล็กน้อย 30 ไมล์ หรือ 48 กิโลเมตร สีตัวถังมาโทนน้ำเงินเข้ม MSO Heritage Atlantic Blue เพิ่มลายเส้นคาดข้างตัวรถสีเงิน เฉดเดียวกับล้ออัลลอย ล้อหน้าติดตั้งแผ่นคาร์บอน
Aznom Palladium ด้วยทรวดทรงหรูอลังกาลนี้ ถ้าไม่บอกก็ไม่มีทางรู้เลยว่าใช้พื้นฐานมาจากกระบะไซด์ยักษ์อย่างเจ้า Dodge RAM มันมากับมิติตัวรถยาวถึง 5,960 มม. กว้าง 2,058 มม. ฐานล้อ 3,670 มม. สูง 1,971 มม. พร้อมน้ำหนักตัวรถ 2,650 กก. ตัวรถถูกร่างดีไซน์ผสานกันระหว่างรถ Limousine + SUV
4C Spider 33 Stradale Tributo สปอร์ตเครื่องวางกลาง ใช้โครงสร้างแซสซีส์แบบคาร์บอนไฟเบอร์ monocoque สไตล์รถ F1 โดยในตัวพิเศษนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกแก่ Alfa Romeo 33 Stradale ปี 1967 รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางในตำนาน
เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอกของ 911 Turbo S TechArt นั้นมีการเสริมหล่อด้วยชุด Aero Kit รอบคัน ที่ผ่านการเทสในอุโมงค์ลมมาเรียบร้อย ไล่ตั้งแต่ชุดกันชนหน้าเพิ่มช่องอากาศไหลออกที่ข้างล้อ, กระจกมองข้างคาร์บอนไฟเบอร์, สกิร์ตข้างแบบครีบฉลาม, ช่องรับอากาศเข้าข้างตัวรถ, สปอยเลอร์บนหลังคา, Diffuser ท้าย
'Reindeer Eight' ผลงานสุดพิเศษสั่งทำโดยลูกค้าชื่อดังรายหนึ่ง ที่ต้องการรถแบบไม่ซ้ำใครไว้ฉลองปีใหม่ ทางแผนก Mulliner ก็จัดให้เลยตามลูกค้า ตัวถังมาในโทนสีแดงเข้มพิเศษ Cricket Bauble ที่ใช้พื้นฐานมาจากสี Cricket Ball ที่สามารถเลือกได้ในหน้า Config ผิวด้านข้างตัวรถมีการเสริมลวดลาย 4 เหลี่ยมต่อๆ กัน
Huayra Tricolore ผิวตัวถังมาในโทนสีน้ำเงิน เผยให้เห็นเนื้องานคาร์บอนไฟเบอร์แบบจัดเต็ม พร้อมคาดลายธงชาติอิตาลีข้างตัวรถ โดยจุดที่รถรุ่นอื่นน่าจะไม่มีแน่นอนคือ ท่อนโลหะที่ยื่นออกมากลางฝากระโปรงหน้า มันคือ Pitot Tube
Lamborghini SC20 ไฮเปอร์คาร์หนึ่งเดียวในโลก เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างแผนกมอเตอร์สปอร์ต Squadra Corse และแผนกดีไซน์ Centro Stlie ใน Sant'Agata Bolognese ตัวถังใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มาในเวอร์ชั่นเปลือยหลังคา